วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

มู่หลานฯ จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน เจาะสาระ 15 หัวใจของเรื่องนี้ การร่วมมือ การเรียนรู้ คือทางรอด


花木兰传奇
มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน เวอร์ชั่น 2013

        ซีรีย์ที่แพร่ภาพในไทยพีบีเอส เวอร์ชั่นพากย์ไทยทั้งหมด 56 ตอน ก็ได้จบลงไปแล้วเมื่อ  9 มกราคมที่ผ่านมา

        แต่เหล่าซือก็ยังเขียนไม่จบ
        ตอนนี้น่าจะเป็นไฮไลท์ สรุปหัวใจสำคัญของซีรีย์เรื่องนี้ว่าต้องการนำเสนออะไร ?

       ตอน 15 ที่เขียนไปหลังปีใหม่  ได้รับความคิดเห็นจากเพื่อนผู้อ่านหลายท่านผ่านหน้าบล็อกและหลังไมค์  ทำให้รู้สึกดี
เราไม่ได้สื่อสารอยู่ฝ่ายเดียว  มีคนชอบเรื่องนี้และเห็นว่าเป็นละครที่สร้างสรรค์ด้วยเหมือนกัน
     
.......................

จากบทความเรื่อง มู่หลานฯ เจาะสาระตอนที่ 15
        ท่านผู้อ่าน คุณ Jeng Piyamanag ได้เขียนคอมเมนท์มาหลายเรื่อง มีตอนหนึ่งเขียนไว้อย่างน่าสนใจว่า

" มู่หลานทางทีวีจบแล้ว ฝากหลายๆ เรื่องราวให้คนดูเอาไปปรับใช้กับตัวเอง
  ขอเชียร์ให้เขียนต่อไป
  ตนเองจะให้รางวัลภาพยนตร์ท่ี่สร้างสรรสังคมดีเยี่ยม
  นอกจากนี้ ผู้สร้างก็มีวิสัยทัศน์ว่าปัจจุบันโลกเปลี่ยนไปควรนำเสนออย่างไร "
...............................


         ก่อนจะเข้าเรื่องเจาะสาระตอนที่ 16 นี้  ขอพูดถึงเรื่องคลื่นความหนาวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมาเล็กน้อย  ว่าทำให้นึกเชื่อมโยงไปถึงเรื่องราวอะไรในเรื่องซีรีย์มู่หลานฯ เวอร์ชั่นนี้บ้าง ?

          ตั้งแต่ประมาณวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา คลื่นความหนาวกำลังแรงที่แผ่ลงมาจากไซบีเรีย  กระทบมองโกลเลีย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฯลฯ  รวมทั้งกระทบภาคเหนือภาคอีสานของไทย ทำให้อากาศหนาวจัดจนนักท่องเที่ยวภูทับเบิกต้องหนีกลับตั้งแต่คืนวันที่ 24 มกราคมนั้น

          คลื่นความหนาวนี้ทำให้เกิดพายุหิมะถล่มเมืองต่างๆ ของจีนในลักษณะทั่วประเทศ  สถานการณ์เลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปี

          แม่น้ำ  น้ำตก  ทะเลสาบ ฯลฯ ในจีน กลายเป็นน้ำแข็ง เดินเรือไม่ได้ เหมือนถูกแช่แข็งไว้ค่อนประเทศ

     ** อ่านเรื่องหนาวสุดในรอบหลายสิบปีเพิ่มเติม ในบทความที่เขียนไว้ที่ลิงค์นี้
          http://suwannafc.blogspot.com/2016/01/25-2016.html


          ภัยหนาวครั้งนี้  ทำให้ผู้เขียนนึกถึงซีรีย์จีนมู่หลานฯ  ที่ทำให้เห็นภูมิอากาศที่แตกต่างระหว่างทุ่งหญ้าทางเหนือของจีน ที่อยู่ของชาวโหยวหยาน (ปัจจุบันคือแถบมองโกลเลียและมณฑลเฮยหลุงเจียงของจีน) กับ แผ่นดินจงหยวน (คือแถบภาคกลางลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียงและภาคใต้ของจีนปัจจุบัน)    

          ที่แคว้นโหยวหยาน  มีแต่ทุ่งหญ้ากับทะเลทราย  ชาวทุ่งหญ้าจึงต้องพยายามตีลงมาทางใต้เพื่อยึดแผ่นดินที่มีสภาพอากาศอบอุ่นกว่า  เพาะปลูกได้  และอุดมสมบูรณ์กว่า

          คือปัญหาทรัพยากรทางธรรมชาตินั่นเอง
.......................................

ในเกร็ดประวัติศาสตร์ (จริง)

          ชาวโหยวหยาน (柔然)มีการสู้รบกับชาวจงหยวน (中原)มาตลอด เป็นเวลานานมาแล้ว
และไม่ใช่มีแค่ชาวโหยวหยาน ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของชาวมองโกลเท่านั้น ที่ต้องการตีลงมาเพื่อหาแผ่นดินที่อบอุ่นกว่า

          ในสมัยโบราณยังมีชาวแมนจู (满族)ที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจีน (ปัจจุบันคือดินแดนมณฑลเฮยหลุงเจียง มีฮาร์บินเป็นเมืองเอกที่หนาวติดลบ 30 องศา)  ก็มีการสู้รบกับชาวจงหยวนมาตลอด

          กองทัพม้าเหล็กของชาวมองโกลเคยยึดแผ่นดินจงหยวน (ที่ราบลุ่มของจีนแถบสองฝั่งแม่น้ำแยงซีเกียง) ได้ในสมัยเจ็งกิสข่าน 成吉思汗 -  ข่านผู้ยิ่งใหญ่แห่งมองโกล เมื่อประมาณ 800 ปีก่อน ตั้งเป็นราชวงศ์หยวน (元朝 ปี ค.ศ. 1971 - 1368)ปกครองจีน 97 ปี เกือบ 100 ปี ( ตำนานเรื่องมู่หลานเกิดขึ้นประมาณ 2000 ปีก่อน ห่างกับช่วงที่ชาวมองโกลปกครองจีนราว 1200 ปี)

          กองทัพชาวแมนจูก็เคยยึดแผ่นดินจีนได้  ตั้งเป็นราชวงศ์ชิง(清朝 ค.ศ. 1636 - 1912)ปกครองชาวจีน - ชาวฮั่น นาน 276 ปี  เกือบ 300 ปี
...........................

          นึกเปรียบเทียบกับบ้านเราที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแสงแดด แหล่งน้ำ ภูมิประเทศที่งดงาม  และทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ

          บ้านเราก็เป็นที่หมายปองของชาติอื่นโดยเฉพาะชาติใหญ่ๆ ไม่ต่างกันกับสมัยโบราณแบบในละคร

...........................

กลับมาที่ซีรี่ย์จีนเรื่องมู่หลานฯ จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน 
ซึ่งเป็นละครที่เสริมแต่งขึ้นโดยมีเรื่องราวในประวัติศาสตร์จีนเป็นแค่ฉากหลัง แต่ไม่ใช่ตามจริง 

         สุสาน และ ป้ายวิญญาณในหมู่บ้านหวู่เฟิ่งกู่  จึงเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงความโหดร้ายของสงคราม

         ผู้ชายในตระกูลของ "จางจู้จื่อ" ก็ตายในสงครามเกือบหมด  เหลือแต่ตัวเขากับย่าที่ร้องไห้จนตาบอด

         พระเอก - องค์ชายตัวหลุน  ในเรื่องนี้  จึงได้เสนอแนวคิดใหม่ แทนการใช้กำลังยึดครอง คือ ความร่วมมือ การเรียนรู้  การผสมผสานวัฒนธรรม

        รูปแบบในสมัยโบราณก็คือ ผ่านการแต่งงานขององค์หญิงองค์ชายทั้งของสองแคว้น  เพื่อให้หญิงชาวเว่ยไปสอนการปักทอผ้าให้กับชาวโหยวหยานที่เดิมเลี้ยงสัตว์และใช้ชีวิตเร่ร่อน
...........................................


ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ  กาลเวลาเปลี่ยน  สถานการณ์เปลี่ยน  ทุกอย่างก็เปลี่ยน  
มิตรกลายเป็นศัตรู  ศัตรูกลายเป็นมิตร  แปลงศัตรูเป็นมิตร หรือ ไล่มิตรไปเป็นศัตรู  

           อดีตรัชทายาท องค์ชายของแคว้นเว่ยอย่างทั่วป๋าเส้า  ก็ไปร่วมมือกับแคว้นโหยวหยานได้
           องค์ชายตัวหลุนแห่งโหยวหยาน  ก็หันมาร่วมมือกับแคว้นเว่ยได้
           เสนาบดีใหญ่อย่างจินฉานจื่อ ที่พระเอกนับถือเป็นอาจารย์  เป็นที่ปรึกษาของท่านข่าน กลายเป็นคนทรยศได้
           ฮ่องเต้ เมื่อถึงคราวเพื่อชาติ (เพื่อบัลลังก์)  ก็ยอมกลืนเลือดลดทิฐิได้

           ก่อนที่จะไปถึงจุดไฮไลท์ - คาดว่าเป็นบทสรุปหัวใจสำคัญที่ละครเรื่องนี้ต้องการนำเสนอ (การร่วมมือ การเรียนรู้ คือทางรอด)  ทั่วเป๋าเส้า ได้หนีไปขอพึ่งกองกำลังของฝ่ายโหยวหยาน โดยสมคบกับจินฉานจื่อ - เสนาบดีใหญ่ที่ท่านข่านแห่งโหยวหยานไว้วางใจ และเป็นคนรักเก่าของแม่   ขอให้ท่านข่าน (พ่อตัวหลุน) สนับสนุนเขาทำพิธีขึ้นบังลังก์ฮ่องเต้แห่งเว่ย (ตั้งฮ่องเต้ซ้อนขึ้น) ในดินแดนของโหยวหยาน  เพื่อเรียกขวัญกำลังใจจากกองกำลังและผู้คนที่ยังสนับสนุนเขาในแคว้นเว่ย โดยเฉพาะแถบพื้นที่ที่เขาเคยปกคอรงอยู่สมัยดำรงยศเป็น "ชิงเหอฮ่อง"  เพื่อจะสร้างความแตกแยกในหมู่ชาวเว่ย  เมื่อเกิดศึกใน แคว้นเว่ยก็จะระส่ำระสาย  ทั่วป๋าเส้าจะได้โอกาสช่วงชิงอำนาจจากฮ่องเต้ทั่วป๋าเทาซึ่งเป็นพี่ชายต่างมารดา

            ส่วนจินฉานจื่อเห็นเป็นโอกาส  จึงยุยงให้ท่านข่านช่วยทั่วป๋าเส้าประกาศขึ้นบัลลังก์ในดินแดนโหยวหยาน  แย่งชิงอำนาจจากทั่วป๋าเทา (คืน)  ถ้าสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในแคว้นเว่ยได้  ฝ่ายโหยวหยานจะเป็นผู้ได้ประโยชน์

            ท่านข่านเห็นด้วย แต่ต้องคุยกันก่อนว่า  เมื่อได้อำนาจแล้ว จะต้องแบ่งความอาวุโส (ใครใหญ่กว่า)  ทั่วป๋าเส้ารับคำว่าจะยกให้ท่านข่านเป็นผู้อาวุโส  ท่านข่านพอใจ

            แต่ตัวหลุนขัดขวางแผนการนี้ เขาเห็นว่าการทำแบบนี้จะยิ่งทำให้แคว้นเว่ยกับโหยวหยานบาดหมางกันยิ่งขึ้น  อีกทั้งการร่วมมือกับคนที่ทรยศได้แม้แต่แผ่นดินเกิดของตัวเองเช่นทั่วป๋าเส้า  จะไม่มีวันพบจุดจบที่ดี

            จินฉานจื่อกับทั่วป๋าเส้าจึงวางแผนกำจัดตัวหลุนให้พ้นทาง

            แผนการที่ลึกไปกว่านั้น จินฉานจื่อมีเป้าหมายจะเป็นข่านเสียเอง  เขาต้องการจะอยู่เหนือคนทั้งหล้า ไม่ยอมอยู่ใต้คนๆ เดียวอีกต่อไป  จึงวางแผนจะกำจัดท่านข่านด้วย และก้าวขึ้นเป็นข่านเสียเอง

            จังหวะนั้น มู่หลานฯ รับอาสาฮ่องเต้มาลอบสังหารทั่วป๋าเส้าถึงในดินแดนโหยวหยาน เพื่อทำลายแผนการแบ่งแยกของเขา แต่มู่หลานฯ หลงกลติดกับดักที่จินฉานจื่อกับทั่วป๋าเส้าวางไว้ (มู่หลานฉลาดสู้สองคนนี้ไม่ได้)  นางจึงถูกจับขังไว้ในคุกรอการประหาร

            จินฉานจื่อต้องการทำลายตัวหลุน รู้ว่าตัวหลุนต้องมาช่วยมู่หลานแน่  จึงเก็บตัวมู่หลานไว้เป็นเหยือล่อให้ตัวหลุนมาติดกับ  ด้วยการเสนอให้ตัวหลุนเป็นมือเพชรฆาตสังหารมู่หลานเองในวันครบรอบวันตายของหวูถี (พ่ี่ชายของตัวหลุน) ท่านข่านหลงเชื่อตามที่จินฉานจื่อรายงานว่ามู่หลานเป็นคนฆ่าหวูถี  จึงสั่งให้ตัวหลุนสังหารมู่หลาน หาไม่แล้วจะไม่ยกบัลลังก์ข่านให้

            ตัวหลุนแกล้งรับปาก แต่แอบหาพยานหลักฐานสืบหาคนร้ายตัวจริงที่บงการฆ่าหวูถี  แต่ตัวหลุนก็แพ้หมากของจินฉานจื่อที่รู้นิสัยของตัวหลุนเป็นอย่างดี  อีกทั้งยังมีเหย่ซู่ - คนสนิทของตัวหลุนคอยรายงานความเคลื่อนไหวของตัวหลุน  จินฉานจื่อจึงวางแผนซ้อนเพื่อใส่ร้ายว่าตัวหลุนซ่องสุมกำลัง ก่อการกบฏ

            ก่อนที่มู่หลานจะถูกนำตัวไปยังแดนประหาร ทั่วป๋าเส้าได้มาพบเธอ และเกลี้ยกล่อมให้เธอร่วมมือกับเขา  ตามแผนการของเขา ทุกคนจะสมปรารถนาในสิ่งที่ตัวเองต้องการ  ตัวหลุนได้ขึ้นเป็นข่าน  มู่หลานได้เป็นมเหสีของตัวหลุน  และทั่วป๋าเส้าเองจะได้เป็นฮ่องเต้แห่งเว่ย

            แผนของเขาก็คือ เขามีวิธีที่จะปล่อยมู่หลานไป  ให้มู่หลานกลับไปรายงานฮ่องเต้ทั่วป๋าเทาว่าได้สังหารทั่วป๋าเส้าแล้ว จากนั้นก็หาโอกาสสังหารทั่วป๋าเทาเสีย  ส่วนทางเขาก็จะหาทางกำจัดจินฉานจื่อและสนับสนุนให้ตัวหลุนขึ้นเป็นข่าน จากนั้นก็ให้มู่หลานแต่งมาโหยวหยาน

            คนที่เอาผลประโยชน์ตัวเองเป็นใหญ่อย่างตัวละคร "ทั่วป๋าเส้า" นั้นเป็นคนที่ "คบไม่ได้" เลย (อันนี้เอาไว้เป็นอุทาหรณ์ปรับใช้กับชีวิตยุคปัจจุบันได้เสมอ)

            แต่มู่หลานปฏิเสธที่จะร่วมมือกับคนขายพี่น้องร่วมชาติอย่างทั่วป๋าเส้า

            ฉากที่ลานประหารมู่หลาน มีบทพูดที่น่าประทับใจอยู่หลายเรื่อง ตัวอย่าง
            มู่หลานบอกกับตัวหลุนว่า  เธอดีใจที่จะได้ตายด้วยมือของตัวหลุน ถ้าตัวหลุนฆ่านางด้วยมือของเขาเอง แล้วสามารถทำให้ท่านข่านเชื่อใจเขาอีกครั้ง  ยอมมอบบัลลังก์ท่านข่านให้เขาสืบทอด  ตัวหลุนมีอำนาจตัดสินใจ  ชาวเว่ยกับชาวโหยวหยานก็ไม่ต้องรบกันอีก  ถ้างั้นการตายของนางก็ถือว่าคุ้มค่ามาก

            แต่ตัวหลุนตัดใจฆ่านางเพื่อตนจะได้มีอำนาจไม่ได้   เขาเปิดโปงเรื่องที่จินฉานจื่อเป็นคนบงการให้ต้าน่า (รองแม่ทัพฝ่ายโหยวหยาน - คนของจินฉานจื่อ ) วางยาฆ่าหวูถี  แต่ต้าน่าก็ถูกเหย่ซู่ฆ่าตายทันที (เหย่ซู่  เป็นทหารคนสนิทของตัวหลุน  ต่อมาไปเข้าเป็นพวกของจินฉานจื่ออย่างลับๆ เนื่องจากเห็นว่าตัวหลุนคงหมดโอกาสได้เป็นใหญ่แล้ว)  ซึ่งตัวหลุนนึกไม่ถึงเลยว่าคนที่ติดตามใกล้ตัวมานานคนนี้จะทรยศต่อเขาได้

             และยังไม่ทันได้ตั้งตัว เหย่ซู่ ที่ทรยศต่อตัวหลุน ก็ถูกคนสนิทของจินฉานจื่อฆ่าปิดปาก (จุดจบของคนที่่ขายนายแลกยศ)

             ตัวหลุนตัดสินใจปล่อยมู่หลานไป เพราะมู่หลานไม่ใช่คนฆ่าพี่ชายของเขา  เขาบอกให้มู่หลานรีบหนีออกไปจากดินแดนของโหยวหยาน  โดยเขาได้ขอร้องให้เฮ่อหุงพาพวกนางหนี  แต่ตัวหลุนเองยอมถูกจับและถูกจินฉานจื่อใส่ร้ายว่ากบฎต่อท่านข่าน  มีโทษประหาร  โดนจับเข้าไปอยู่ในคุกแดนประหารแทนมู่หลาน (สองคนนี้สลับกันเข้าคุกเกือบตลอดเรื่อง ในเรื่องนี้มีหลายตอนที่มีคนติดคุก และมักเป็นคนที่ไม่ได้ผิดจริง  ตั้งแต่มู่หลานเกือบโดนแม่ทัพเซี่ยตัดหัว  แม่มู่หลานถูกขัง  ตัวหลุนถูกแม่ทัพเซี่ยสงสัยว่าเป็นฆาตรกร  ละครคงต้องการเสียดสีเรื่องแพะรับบาปหรือจับคนผิด)

             จินฉานจื่อก็ไม่ฆ่าตัวหลุนทันทีเหมือนกัน เพราะรู้ว่ามู่หลานจะยังไม่หนีกลับแคว้นเว่ย ต้องวกกลับมาช่วยตัวหลุนแน่  จึงเก็บเขาไว้เป็นหยื่อล่อให้มู่หลานมาติดกับ (แล้วก็มาติดกับจริงๆ )

             ตัวหลุนยอมรับชะตากรรมว่าแพ้จินฉานจื่อทุกทาง  ถูกล่ามโซ่และหมดอาลัยตายอยากอยู่ในคุก แต่พอรู้ว่ามู่หลานยังไม่ยอมจากไป  ยังจะอยู่เพื่อสังหารคนขายชาติและช่วยเขา  ก็ทำให้เกิดกำลังใจฮึดสู้อีกครั้ง

             มู่หลานขอร้องให้เฮ่อหุงช่วยตัวหลุน โดนรับปากว่าถ้าช่วยตัวหลุนได้ นางสัญญาที่จะไม่พบตัวหลุนอีกชั่วชีวิต เพราะต้องการหลีกทางให้เฮ่อหุง - หญิงชาวทุ่งหญ้าที่รักตัวหลุนด้วยใจจริงและพร้อมที่จะทำเพื่อเขาทุกอย่าง (แสดงถึงความรักที่เสียสละ ไม่คิดครอบครอง)        

             ...............................................
            เมื่อท่ายข่านเบิกตัวตัวหลุนจากคุกประหารไปพบ ตัวหลุนเล่าถึงแผนการฆ่าหวูถีและชิงอำนาจทหารของจินฉานจื่อให้ท่านข่านเข้าใจ  จินฉานจื่อจึงสั่งให้คนของเขาที่ส่งไปซุ่มเป็นพ่อครัวในวังข่านนานถึง 7 ปี เอายาพิษที่ทั่วป๋าเส้าให้มาใส่ในเหล้าวางยาท่านข่านตาย  จากนั้นก็ฆ่าพ่อครัวปิดปาก และใส่ร้ายว่าตัวหลุนเป็นคนวางยาฆ่าพ่อชิงบัลลังก์

             จากนั้นก็แต่งตั้งองค์ชายอายุไม่ถึง 10 ขวบขึ้นเป็นข่านแทน โดยมีตัวเองเป็นผู้มีอำนาจสั่งการที่แท้จริง กุมอำนาจไว้ทั้งหมด

             มู่หลานวางแผนลอบสังหารทั่วป๋าเส้ากับช่วยตัวหลุนออกจากคุกให้อยู่ในวันเดียวกัน เพื่อให้จินฉานจื่อต้องแบ่งกำลังรับมือ  โดยตัวเองปลอมตัวเป็นฝูหลิงไปสังหารทั่วป๋าเส้า และให้ตั๋วซูเฟิง ทหารเอกของตัวหลุนนำป้ายคำสั่งปลอมของจินฉานจื่อภายใต้การช่วยเหลือของเฮ่อหุง (ลูกสาวจินฉานจื่อ) ไปเบิกตัวตัวหลุนออกจากคุก  โดยที่ไม่รู้ว่าจินฉานจื่อแกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าลูกสาวมาขโมยป้ายคำสั่งของเขานำไปช่วยตัวหลุน ทุกอย่างจึงอยู่ในกับดักที่จินฉานจื่อวางเอาไว้

             ในที่สุด มู่หลานก็วางแผนลอบสังหารทั่วป๋าเส้าได้สำเร็จ (รายละเอียดในการวางแผนสลับซับซ้อนสนุกมาก  เชิญผู้อ่านดูในซีรีย์)  และช่วยตัวหลุนออกมาได้  แต่ก็แลกด้วยชีวิตของสหายทั้งชาวเว่ยและชาวโหยวหยานหลายชีวิต  รวมถึงตัวละครหลักเช่น ช่างตีเหล็ก บัณฑิตซูเซิง ตั๋วซูเฟิง เฮ่อหง ฯลฯ

             ตั๋วซูเฟิง แม่ทัพคู่รบที่ติดตามตัวหลุนมาทุกสนาม ถูกจินฉานจื่อจับได้ตอนไปช่วยตัวหลุนออกจากคุก  และถูกฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหด  ตัวละครตัวนี้เป็นตัวอย่างของการรักนาย ไม่ทรยศต่อนายและช่วยนายจนสุดชีวิต แม้ในยามที่นายตัวเองจะหมดหวังขึ้นเป็นใหญ่

             ส่วนเหย่ซู่ ที่เป็นทหารคนสนิทที่ตัวหลุนไว้วางใจ  ติดตามตัวหลุนตั้งแต่ไปเป็นสปายที่หมู่บ้านหวู่เฟิ่งกู่  เป็นตัวแทนคนที่รักตัวกลัวตาย ยอมเป็นสายลับให้กับจินฉานจื่อ และใส่ร้ายนายตัวเอง ยอมขายนายเพื่อแลกกับการอยู่รอดและเกียรติยศ
           
             ตัวหลุนรอดมาได้ แต่สูญเสียอำนาจทางทหารทุกอย่าง แถมยังมีข้อหากบฏฆ่าพ่อติดมาด้วย

             เขาเข้าตาจน  คิดจะไปรวบรวมชนเผ่าทุ่งหญ้าที่กระจัดกระจายมาช่วยเขา  มู่หลานจึงเสนอให้เขามาร่วมมือกับแคว้นเว่ย เพื่อชิงอำนาจคืนจากจินฉานจื่อ
          
             เมื่อจินฉานจื่อตั้งตัวติด ก็ระดมกำลังทหารโหยวหยาน 1 แสน บุกประชิดเมืองเซิ่งเล่อ แคว้นเว่ย ซึ่งขณะนั้นกำลังพลแค่ประมาณ 6 หมื่นเท่านั้น  มู่หลานตอนนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพแล้ว นำทัพออกต้าน แต่ก็แพ้

             แคว้นเว่ยตกอยู่ในภาวะวิกฤต การจะใช้กำลังที่น้อยกว่าเอาชนะกำลังที่เหนือกว่า จึงเป็นเรื่องของการวางแผนและกลยุทธ์      
             
             มู่หลานเสนอให้ฮ่องเต้ ร่วมมือกับตัวหลุน อดีตองค์ชายของโหยวหยานที่ถูกปลด (เหมือนกัน)
เพื่อให้ตัวหลุนนำกำลังทหารของเว่ยอ้อมไปตีแนวหลังของทัพจินฉานจื่อ (ไปยึดวังข่านคืนและเปิดโปงว่าจินฉานจื่อคือกบฎตัวจริง เพื่อทำให้ทหารส่วนหนึ่งหันกลับมาสนุบสนุนตัวหลุน )  เนื่องจากตัวหลุนยังได้รับความเชื่อถือและมีอิทธิพลในแคว้นโหยวหยานอยู่ในฐานะองค์ชาย

            ฮ่องเต้คิดหนัก เพราะจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเมื่อให้ทหารเว่ยแก่ตัวหลุนไปแล้ว เขาจะไม่หักหลัง ?
           
            มู่หลานจึงต้องเปิดเผยความจริงว่า ที่แท้นางเป็นผู้หญิง และมีความสัมพันธ์ฉันท์คนรักกับตัวหลุน  จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา นางรับประกันว่าตัวหลุนใฝ่สันติ  ไม่หักหลังแน่

             ฉากที่สองผู้นำของสองแคว้นไปยืนสนทนาอยู่บนกำแพงเมืองจึงได้เกิดขึ้นตามมา
   
ฉากนี้ผู้เขียนคิดว่าน่าจะถือเป็นไฮไลท์ของซีรีย์เรื่องนี้อีกฉากหนึ่ง 
และเป็นการสรุปหัวใจของละครที่ดำเนินมาตลอดเรื่อง 

ฉากที่สองผู้นำ - องค์ชายตัวหลุนแห่งแคว้นโหยวหยาน  กับ ฮ่องเต้แคว้นเว่ย ยืนสนทนา (เจรจาทางการทูต ) กันบนกำแพงเมือง  เป็นบทพูดที่สะท้อนแนวคิดที่แสวงหาความร่วมมือในยามวิกฤต (เผชิญหน้ากับศัตรูคนเดียวกัน - ทัพของจินฉานจื่อ)

ฮ่องเต้ทั่วป๋าเทาแห่งแคว้นเว่ยเผชิญหน้ากับศึกนอกที่มีกำลังเหนือกว่ายกทัพประชิด

องค์ชายตัวหลุนแห่งแคว้นโหยวหยานเจอศึกในถูกจินฉานจื่อก่อกบฎชิงอำนาจข่านไป

ทั้งสองจึงต้องหันมาร่วมมือกันเพื่อความอยู่รอด

(ฟังจากคำสนทนาในตอนนี้)  ทำให้ผู้ชมเข้าใจได้ว่า ขณะที่ทั้งสองยังมีสถานะเป็นองค์ชายของสองแคว้นคู่อริอยู่นั้น  เสด็จพ่อของทั้งสองฝ่ายต่างก็สอนลูกให้ระวังและระแวงฝ่ายตรงข้าม  ถ้าเจอที่ไหน จะต้องรีบลงมือกำจัดฝ่ายตรงข้าม  อย่าได้ยั้งมือ  

ฮ่องเต้พูดว่า
ตอนเป็นเด็ก เสด็จพ่อสอนข้าว่า  คนโหยวหยานเป็นพวกเหี้ยมโหดและดุร้าย  เหมือนหมาป่า  ที่คอยจ้องจะบุกรุกแผ่นดินจงหยวน  ชาวโหยวหยานสร้างบ้านหันหน้ามาทางทิศใต้  ก็คือมีเป้าหมายจะครอบครองแผ่นดินจงหยวนที่อยู่ทางใต้ ชิงทรัพยากรของจงหยวน  ถ้าเจอคนโหยวหยาน อย่าได้เปิดโอกาสให้พวกเขาเด็ดขาด

องค์ชายตัวหลุนพูดว่า
ตอนข้าเป็นเด็ก เสด็จพ่อบอกข้าว่า
คนจงหยวนเป็นพวกเจ้าเล่ห์   ถือดีว่าร่ำรวย จ้องแต่รังแกคนโหยวหยานทุกครั้งที่มีโอกาส  การที่ชาวเว่ยซ่อมแซมกำแพงเมืองจีนก็เพื่อจะกีดกันชาวโหยวหยานให้อยู่นอกกำแพงตลอดไป  ไม่ให้เหยียบย่างเข้าไปในแผ่นดินจงหยวน  เห็นชาวโหยนหยานเป็นคนเถื่อน เป็นโจรร้าย  เราไม่มีวันเป็นสหายกันได้  ถ้าเจอชาวเว่ย อย่าได้ยั้งมือไว้ไมตรี

ทั้งสองคุยกันไป และได้บทสรุปว่า
เสด็จพ่อของเราทั้งสอง คงนึกไม่ถึงว่าเราจะมายืนคุยกันแบบนี้
(โลกเปลี่ยนไปแล้ว - อย่างที่ผู้อ่านหลายๆ ท่านเขียนแสดงความเห็นไว้)



ดูตอนนี้ ภาคภาษาจีนที่
https://www.youtube.com/watch?v=SAesqNuX-0M&list=PLJnZ9hsB_i_KOyzX7Sb78xkkoNMUEIqvD&index=47

พากย์ไทยที่
https://www.youtube.com/watch?v=ZhjOqPuV9rI&list=PLrQsE3Q_bAY1v2XbDoiOqBwIDH37NsYBK&index=56


องค์ชายตัวหลุนพูดอีกว่า
ตอนเป็นเด็ก  ข้าเคยใฝ่ฝันที่จะขี่ม้าเที่ยวเล่นทั่วแผ่นดินจงหยวนให้ทั่วทุกเมือง ทุกหมู่บ้าน  เหมือนกับอยู่ในบ้านตัวเอง   นึกมาตลอดว่า มีแต่จะต้องพิชิตจงหยวนให้ได้เท่านั้น ความฝันนี้จึงเป็นจริงได้

แต่เมื่อข้ามาที่หวู่เฟิ่งกู่  จึงได้พบว่า  ถ้าข้ากับชาวเว่ยเป็นเพื่อนกัน  ก็สามารถทำแบบนั้นเหมือนอยู่ที่บ้านตัวเองได้เหมือนกัน  (也一样可以像在自己家里一样  ขี่ม้าเที่ยวให้ทั่ว )
และความรู้สึกนี้มีความสุขกว่าการพิชิตอีกฝ่ายมาก(远比征服的感觉快乐得多)

ฮ่องเต้พูดอีกว่า
เมื่อก่อน ข้าก็เคยเป็นองค์ชาย
ข้ามีความสุขและภาคภูมิใจมากกับหน้าที่ไล่ตะลุยทะเลทราย ขับไล่ข้าศึก
แต่พอข้ามาปกครองประเทศ จึงได้เข้าใจว่า
สงครามนั้นมีแต่ทำให้ประเทศไม่มั่นคง และ สร้างศัตรูมากขึ้น
ตอนนี้ ข้ายินดีเป็นมิตรกับชาวโหยวหยานชนเผ่าของเจ้า

องค์ชายตัวหลุนพูดว่า
ชาวโหยวหยานเรา อิจฉาความมั่งคั่งของชาวจงหยวน
แต่ความมั่งคั่ง ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังแย่งชิงจึงได้มา มีอีกวิธีหนึ่งเรียกว่า "เรียนรู้"

บทภาษาจีนพูดว่า  但财富不一定要靠掠夺来获得,还有一种方式叫作 “学习”



ฮ่องเต้พูดว่า
" พ่อของเรา คงนึกไม่ถึงว่าเมื่อเราสองคนพบกัน ไม่เพียงแต่ไม่ได้ห้ำหั่นกัน  แต่กลับยืนสนทนากันแบบนี้ "
ตัวหลุนพูดว่า " ดูเหมือนบางครั้งพ่อเราก็มีพูดผิดได้บ้างเหมือนกัน"

(แต่ผู้เขียนคิดว่า  พ่อของพวกเขาก็คงไม่ได้พูดผิดทั้งหมดหรอก เพราะในยุคนั้นการแย่งชิงดินแดน การขยายอิทธิพล  ก็คงจะเกิดจากทั้งสองฝ่าย)

แต่ผู้สร้างละครเรื่องนี้ต้องการเน้นว่าเพื่อสันติสุข เพื่อความเจริญ ชนเผ่าต่างๆ ควรหันมาร่วมมือกัน
..........................

ในที่สุด ฮ่องเต้แห่งเว่ย ก็ยอมมอบกำลังทหารเว่ย 5000 นายให้ตัวหลุนนำไปตีตลบหลังจินฉานจื่อที่วังข่านของโหยวหยานตามแผนของมู่หลาน (จนได้รับชัยชนะในที่สุด)

การร่วมมือ  การเรียนรู้องค์ความรู้ซึ่งกันและกัน เป็นทางรอดของทุกฝ่าย

ขอยกเอาความคิดเห็นจากผู้อ่าน - คุณ Jeng Piyamanag ที่เขียนไว้มาอีกรอบ  
" โลกเปลี่ยนไปแล้ว  วิสัยทัศน์ของผู้นำแต่ละประเทศควรเป็นอย่างไร ? " (ก็คงต้องรวมถึงท่านกุนซือทั้งหลายด้วย)
............................................
นอกจากนี้ ยังมีความคิดเห็นที่น่าสนใจจากคุณ Tapootum Tapootum ที่เสนอผ่านเฟสบุ๊กหลายประเด็น
มีข้อความหนึ่งเขียนไว้ว่า

" ถ้ามีคนสร้างละครดีๆ แล้วสร้างแรงกระเพื่อมให้สังคมได้คิดเห็นไปในทางที่ดีก็คงจะดีไม่น้อยนะคะ " 

...............................................
บทพูดซึ้งๆ จากตอนนี้
องค์ชายตัวหลุนบอกกับฮ่องเต้ว่า เขากับมู่หลาน " ไม่ว่าอยู่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้น แม้อยู่ในสนามรบ เราก็ยังห่วงใยกัน"

...............................................


ปล.จากใจผู้เขียน

ขออภัยที่อัพเรื่องช้า เนื่องจากช่วงนี้มีเวลาจำกัด ไม่สามารถคิด-เขียนคราวละยาวๆ ได้
ตอนที่ 16 นี้ใช้เวลาเขียนอยู่หลายวันมาก

ดีใจที่มีผู้อ่านส่งข้อความมาตาม ว่าเมื่อไหร่จะได้อ่านเรื่องมู่หลานของเหล่าซืออีกที  " รอๆๆ มู่หลานของเหล่าซือออกลูกออกหลานแล้วมั้ง.... "

นี่เป็นการเขียนวิจารณ์หนังแบบยาวๆ ครั้งแรกและเรื่องแรกของเหล่าซือ  ศัพท์แสงอาจไม่เหมือนนักวิจารณ์หนังมืออาชีพ แต่ก็รู้สึกดีที่ได้รับการตอบรับจากคนอ่าน  และมีแฟนติดตามบ้าง เป็นครั้งแรกที่เขียนแล้วมีคนมาเร่งให้เขียนต่อ จริงจังเสียด้วย
ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ

.................................

เก็บตก เบื้องหลังถ่ายทำ และนักแสดง
มู่หลานทางทีวีจบแล้ว ยังเห็นมีแฟนๆ หลายคนคิดถึงองค์ชายตัวหลุน (ดีแลนกัว กัวผิ่นเชา 郭品超 )
มู่หลาน (ที่แสดงโดยโหวเมิ่งเหยา - 候梦瑶)

.................................

เอามาฝาก 1 รูปก่อน  เรื่องอื่นๆ ขอติดไว้ก่อน เจอกันในตอนต่อไปค่ะ

รูปปัจจุบันของ ดีแลนกัว หรือ กัวผิ่นเชา  (คนแสดงเป็นตัวหลุน) นักแสดงชาวไต้หวัน อายุปีนี้ 38 





.............................

เพื่อนๆ ที่แสดงความเห็นผ่านช่องเฟชบุ๊กในบทความนี้  

ถ้าก็อปข้อความที่คอมเมนท์นี้ไปแปะไว้ที่เฟชบุ๊กเพจ https://www.facebook.com/SuwannaFutureC/?ref=hl ด้วย 

ก็จะมีสัญญาณเตือนให้เหล่าซือเข้ามาเห็นคอมเมนท์นั้นค่ะ

...................................


ดูหนังเรื่องนี้ภาคภาษาจีนทางยูทูป ที่ลิงค์นี้ (คลิกที่นี่)

พากย์ไทย ที่คุณ naruto_multiThree อัพไว้ในยูทูปหลังหนังออกอากาศ (คลิกที่นี่)

เพลงประกอบตอนจบ 女儿香 (คลิกที่นี่)
เพลงประกอบตอนมู่หลานกลับบ้าน 问月 (คลิกที่นี่) 


ขอบคุณทุกคลิกทุกความคิดเห็นตั้งแต่ตอนแรก - ตอนปัจจุบัน
Flag Counter


จะตามมาปรับแก้ข้อผิดพลาดอีกรอบค่ะ





วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2559

มู่หลานฯ เจาะสาระ 14 คนใช่ต้นหญ้าตอไม้ ไม่อาจไร้รัก / หนังแนวสืบสวน


มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน เจาะสาระ (15)

มูหลานฯ เวอร์ชั่น 2013 เป็นหนังแนวสืบสวนที่ชวนติดตามและลุ้นกันตลอดเรื่อง
หนังเรื่องนี้ให้อะไรกับคนดูหลายแง่มุม
สำนวนจีนเป็นเพียงส่วนประกอบเล็กๆ เท่านั้น

คนเรียนภาษาจีน ถ้าไม่สนใจวัฒนธรรมจีน
ท่องศัพท์ - โหมแชร์คำศัพท์อย่างเดียว 
ไม่อาจเข้าใจวิธีคิดแบบจีนได้
(สุวรรณา สนเที่ยง)
..............................

(ต่อจากตอนที่ 14 ) คลิกที่นี่
     
        ตอนที่แล้วเหล่าซือเขียนถึงแม่ทัพเซี่ยชี่เฉินว่า เขาแอบรักมู่หลาน แต่ไม่แสดงออกและไม่ชิงรักกับตัวหลุน (มั่วเจี้ยง) ที่เป็นแม่ทัพฝ่ายศัตรู

        หนังคงต้องการบอกคนดูว่า แม่ทัพเซี่ยเป็นทหารที่มีคุณธรรม เป็นตัวอย่างของคนใจกว้าง ชาติมาก่อนความรักหนุ่มสาว

        ประเด็นนี้ มีผู้อ่านแสดงความเห็นเข้ามากันหลายคน

        เหล่าซือขอเพิ่มเติมในประเด็นนี้ ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจ ว่าหนังให้อะไรกับคนดู ?

        เดิมทีในหนังมู่ปลานเวอร์ชั่น 2013 นี้  จะแต่งเรื่องให้แม่ทัพเซี่ยแสดงความรักความชื่นชมต่อมู่หลานอย่างเปิดเผย แต่เห็นว่าไม่เหมาะ จึงแก้บทให้เป็นแบบเก็บรักไว้ในใจแทน ภาษาจีนใช้คำว่า เป็นความรักที่ไม่อาจแสดงออกได้ (不能言说的爱)
    
       หนังได้เฉลยในตอนท้ายเรื่องว่าแม่ทัพเซี่ยได้เก็บผ้าปักของมู่หลานไว้กับตัวหลายปี ตอนที่ทหารเอาของใช้ส่วนตัวของแม่ทัพเซี่ย (หลังแม่ทัพเซี่ยตาย) มาให้มู่หลาน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือผ้าปักผืนที่เธอปักเป็นรูปหน้าแม่ทัพเซี่ยเมื่อครั้งที่เขาไปคัดเลือกแม่งานปักผ้าสินเจ้าสาวที่หวู่เฟิ่งกู่
 
       มู่หลานเอาผ้าผืนนั้นยื่นให้ตัวหลุนซึ่งกำลังไปคารวะหลุมศพของแม่ทัพเซี่ยอยู่ดู ตัวหลุนก็เข้าใจความหมายได้ทันที จึงได้พูดกับป้ายวิญญาณของแม่ทัพเซี่ยว่า
        
         "เซี่ยชี่เฉิน ข้าตัวหลุน ยอมรับจากใจจริงว่าข้าแพ้ท่าน "  (谢弃尘,我多伦输给你,口服心服。)

        ตามวัฒนธรรมคนจีนสมัยก่อน การเก็บของที่ฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชายเคยให้ไว้ตลอดเหมือนของรักของหวง ก็แสดงถึงความรู้สึกผูกพันพิเศษ  เช่น มู่หลานบอกว่าถ้าเห็นมีดสั้นที่ตัวหลุนให้เธอไว้ ก็เหมือนได้เห็นหน้าตัวหลุน 

        แม่ทัพเซี่ยเคยพูดกับมู่หลานด้วยคำพังเพยจีนโบราณว่า 


        人非草木,孰能无情。
        "คนใช่ต้นหญ้าตอไม้  ไม่อาจไร้รัก" 
        "ผูกพันในญาติ  ห่วงใยในเพื่อน ความรักหนุ่มสาว ล้วนเป็นสิ่งล้ำค่าในหัวใจ" 
        "แต่เมื่ออยู่ในสนามรบ ทุกอย่างต้องปล่อยวางลง" 

        คำพูดนี้ นอกจากจะพูดกับมู่หลานแล้ว ยังเหมือนแม่ทัพเซี่ยกำลังบอกกับตัวเองให้เก็บเรื่องมีใจต่อมู่หลานไว้ก่อน เพราะกำลังรบเพื่อชาติอยู่

        ถ้าสังเกต จะเห็นว่าแม่ทัพเซี่ยปกป้องมู่หลานมาตลอด  การยกม้าสีขาวของตัวหลุนให้เธอตอนที่รู้ว่าเธอปลอมเป็นชายมาอยู่ในกองทัพ  นอกจากจะเข้าใจในความสัมพันธ์ของตัวหลุนกับมู่หลานแล้ว  ยังเป็นการแสดงให้คนในกองทัพรับรู้ว่าเขาสนับสนุนมู่หลาน  

        มีหลายตอนที่มู่หลานตกอยู่ในห้วงอันตราย แม่ทัพเซี่ยจะแสดงท่าทีห่วงใยและร้อนใจให้เห็นอย่างชัดเจนจนผิดจากวิสัยปกติของเขาที่ตีหน้านิ่งๆ ตลอด  และในหลายๆ ตอน ผู้แสดงเป็นแม่ทัพเซี่ยฯ ได้แสดงออกทางสายตาที่ทำให้คนดูพอจะเดาเรื่องราวได้โดยที่ไม่เคยพูดคำว่า "รัก" หรือ "ชอบ" ออกมาเลย

          (เกร็ดความรู้เรื่องวัฒนธรรมจีน) วัฒนธรรมเกี่ยวกับการแสดงออกเรื่องความรักของชาวจงหยวน แตกต่างจากชาวทุ่งหญ้า ชาวทุ่งหญ้าจะแสดงออกตรงๆ " ชอบใครก็บอกชอบ ไม่เหมือนชาวจงหยวนที่กระมิดกระเมี้ยน " (ตามคำพูดของมั่วเจี้ยงตอนที่พูดจีบมู่หลาน) ส่วนชาวจงหยวนมักจะเก็บความรู้สึกรักชอบไว้และแสดงออกโดยผ่านวิธีอื่นๆ  
         
          คนจีนและคนไทยเชื้อสายจีน ก็จะไม่นิยมเรียกสามีหรือภรรยาด้วยคำว่า "ที่รัก"

          ที่ตัวหลุนพูดว่า "ข้าแพ้ท่าน" ก็คงหมายถึงที่ตัวเขาเอง (ในฐานะแม่ทัพขณะนั้น) ไม่สามารถระงับความรักที่มีต่อมู่หลานและไม่สามารถเก็บความรู้สึกในช่วงที่กำลังทำศึกได้  แต่แม่ทัพเซี่ยสามารถเก็บซ่อนความรู้สึกได้ดีกว่า

          ตอนศึกชิงเมืองเซิ่งเล่อ ตัวหลุนสีซอหัวหมาป่าด้วยความคิดถึงมู่หลานที่อยู่ในค่ายทหารฝั่งตรงข้าม มู่หลานเดินออกมาจากค่ายตามเสียงซอที่แว่วมา  นางได้ยินเสียงซอก็เข้าใจ ว่าตัวหลุนยังผูกพันกับเรื่องราวในอดีตแม้ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนั้น
 
          เธอจึงวางแผนโจมตีจุดอ่อน "ทางจิตใจ" ของตัวหลุนเพื่อชิงเมืองเซิ่งเล่อของแคว้นเว่ยกลับคืน  ตัวหลุนหลงกล  จึงแพ้ให้กับทัพเว่ย  กองทัพโหยวหยานเสียหายอย่างหนัก ทหารล้มตายจำนวนมาก
          ตัวหลุนแพ้ใจตัวเองและแพ้เพราะเสียงซอของตัวเองแท้ๆ (แม้แต่ลูกน้องคนสนิทเห็นแล้วยังถอนหายใจและส่ายหัว ไม่ไหวแล้วเจ้านายเรา บางคนก็แปรพักตร์ไปเลย)

         ในแง่ของการใช้ภาษา  ต้องยกนิ้วให้ผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้  ที่รอบรู้สำนวน ภาษิต คำคมจีน และสามารถนำมาสอดแทรกเพื่ออุปมาเปรียบเปรยได้เห็นภาพตามบริบท  

           ........................................

          
          ตัวละครในหนังจีนเรื่องมู่หลานฯ นี้  มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์หรือไม่ ?
  
          ตามที่เหล่าซือเขียนเกร็ดประวัติศาสตร์ไว้ในเอนทรี่ที่แล้ว (ตอนที่ 14) ว่าตัวละครบางคนในหนังเรื่องมู่หลานเวอร์ชั่นนี้มีตัวตนจริง แต่ชีวประวัติไม่ได้เป็นเหมือนในหนัง
  
           ผู้อ่านบางท่านบอกมาว่า 
           " อยากรู้เหมือนกัน ว่ามู่หลานกับตัวละครต่างๆ อะไรจริง อะไรสร้างประกอบบ้าง"

           ละครหรือหนังจีนเรื่องนี้โครงเรื่องทั้งหมดเป็นการแต่งขึ้น ไม่ใช่เรื่องจริงตามประวัติศาสตร์ (ดูบทความตอนที่ 1 ประกอบ)
   
           แต่ผู้แต่งเรื่องได้นำเอาชื่อบุคคลในประวัติศาสตร์มาแต่งเป็นชื่อตัวละคร   รวมทั้งเอาเหตุการณ์สู้รบครั้งสำคัญระหว่างแคว้นโหยวหยานกับแคว้นเว่ย  และชื่อสถานที่ ชื่อเมืองที่เคยเกิดการรบกันจริงมาตั้งชื่อสถานที่และเมืองในหนัง เช่น เมืองเซิ่งเล่อ  เมืองผิงเฉิง ทะเลทรายโกบี    

           ฮ่องเต้ทั่วป๋าเทา  องค์ชายทั่วป๋าเส้า หัวหน้าหน่วยยวี้ฉือกุง ฯลฯ  เคยมีตัวตนในประวัติศาสตร์  แต่ชีวประวัติไม่ได้เป็นอย่างในหนัง  "ตัวหลุน" (多伦)ไม่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ของโหยวหยาน แต่เป็นชื่อเมืองๆ หนึ่งที่ปัจจุบันอยู่ในเขตปกครองตนเองมองโกลเลียใน 

          หนังเรื่องมู่หลานเวอร์ชั่นนี้  แต่งขึ้นแบบเหนือจริง  มู่หลานเก่งจนเป็นแม่ทัพใหญ่ได้  ในลำนำเพลงโบราณพบเพียงเขียนไว้ว่า  นางเป็นหญิงทอผ้าและอาสาออกรบแทนพ่อเท่านั้น

          เรื่องราวในหนังเวอร์ชั่นก่อนๆ  จะเน้นความกตัญญูต่อพ่อและความกล้าหาญในการรบเพื่อชาติเป็นหลัก  ไม่ได้สร้างให้เป็นแม่ทัพใหญ่

          .........................................................

         
          มู่หลันเวอร์ชั่น 2013 เป็นหนังแนวสืบสวน 

         หนังเรื่องนี้ทำให้คนดูติดกันงอมแบบตั้งตาคอย ไม่อยากพลาดแม้แต่ตอนเดียว นอกจากเนื้อเรื่องที่มีเนื้อหาสาระดีหลายๆ แง่มุมแล้ว   ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากการผูกเรื่องแนวสืบสวนแทบทั้งเรื่อง  ซับซ้อนซ่อนเงื่อน คนดูต้องสังเกตคำพูดและท่าทางของตัวละคร  คิดตาม  ชวนให้เดา ชวนให้ลุ้น  ส่วนตัวละครแต่ละตัวก็ฉลาด สู้กันด้วยไหวพริบ  ใครตามไม่ทันก็จะกลายเป็นฝ่ายแพ้ (ในที่นี้หมายถึงการแพ้ชนะที่ชี้ชะตาชาติบ้านเมือง)

          ทีมผู้กำกับหนังเรื่องนี้ต้องฉลาดมากแน่ๆ  (ผู้กำกับหนังเรื่องนี้มีหลายคน) ไม่งั้นคงสร้างตัวละครที่ฉลาดๆ มีวิธีการแยบยลอย่างนี้ออกมาไม่ได้ 

          ผู้ร้าย จินฉานจื่อ กับ ทั่วป๋าเส้า ฉลาดเจ้าเล่ห์ เขี้ยวลากดินทั้งคู่  ส่วนวิธีการส่งข่าวสารที่คิดออกมาแต่ละวิธี ( จินตนาการว่าในยุคโบราณ ไม่มีไลน์ ไม่มีโทรศัพท์  จดหมายก็ส่งไม่ได้ ) ก็เฉียบแหลมแยบยลเหลือเกิน  

          ฝ่ายผู้ร้ายทันเกมส์ของฝ่ายพระเอกนางเอกเสมอ  รวมทั้งวางหมากขุดหลุมพลางให้สองคนนี้ตกลงไปตายอีกด้วย 
          ฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไรมาพบกัน  เมื่อจินฉานจื่อกับทั่วป๋าเส้า สองตัวเอกมารวมหัวกัน  ก็ยากที่ฝ่ายมู่หลานกับตัวหลุนจะรับมือได้ 
   
          จินฉานจื่อแยบยลถึงขั้นหลอกได้แม้ลูกสาวตัวเอง      
     
          ฝ่ายแม่ทัพเซี่ยและนางเอกมู่หลานต้องคอยตามเกมส์ของทั่วป๋าเส้าและจินฉานจื่อตลอด  ผลก็คือแม่ทัพเซี่ยไม่ทันเล่ห์ของทั่วป๋าเส้า จึงตายอย่างน่าสงสาร  
  
          ส่วนพระเอกองค์ชายตัวหลุนนั้นตามเกมส์ไม่ทันเลย  แถมคิดอะไรขึ้นมาฝ่ายจินฉานจื่อก็รู้ทันทุกที (เพราะจินฉานจื่อเป็นขิงแก่ และเป็นครูของตัวหลุนด้วย)

          คนดูหลายคนดูแล้วอินก็หงุดหงิด เริ่มบ่นว่า ฝ่ายตัวหลุนทำไมต้องเป็นฝ่ายถูกกระทำตลอด   ทำไมยอมเขาทุกอย่าง  

          หนังคงต้องการบอกคนดูว่า ตัวหลุนเป็นคนที่มีจิตใจดี ไม่คิดจะชิงตำแหน่งข่านกับพี่ชาย ไม่โหด ใฝ่ฝันที่จะใช้ชีิวิตชาวบ้านธรรมดา 

          แต่การเป็นคนดีเกินไป ก็อยู่ยากในสังคมนี้
          
          ...................

          หนังเริ่มเรื่องมาก็เข้าแนวสืบสวนทันที
  
          เริ่มจากพระเอกปลอมตัวเป็น "มั่วเจี้ยง" พ่อค้าม้า ปิดบังฐานะองค์ชาย  มาแคว้นเว่ยเพื่อจะสืบหาคนๆ  หนึ่งซึ่งอยู่เบื้องหลังดอกซินหยี ซึ่งหนังช่วงแรกไม่เปิดเผยว่าคนนั้นมีความสำคัญอย่างไร
  
          แม่ทัพเซี่ยสงสัย "มั่วเจี้ยง"  จับไปขังคุกก็สืบไม่ได้ความจริง 

          มู่หลานถูกมือดีสับเปลี่ยนภาพปักไหมเป็นดอกซินหยีจนเกือบถูกตัดหัว 
  
          แม่ฝูหลิงกับแม่มู่หลานถูกฆาตรกรรมปริศนา

          หมอหลัวเป็นหมอที่ได้รับความเคารพนับถือ แต่กลับปรากฎความจริงทีหลังว่าเป็นผู้บงการฆ่า

          หมอหลัวเป็นอดีตรัชทายาทตัวจริงและผู้บงการตัวจริงหรือไม่ 

          ใครคือทั่วป๋าเส้ากันแน่ 

          ทั่วป๋าเส้ามีวิธีส่งข่าวลับไปยังจินฉานจื่ออย่างไร (ในสมัยที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต) 

          เสี่ยวซันจื่อใช้วิธีสืบข่าวอย่างไรถึงรู้ว่าฮ่องเต้จะเสด็จยกทัพไปที่ยวินจง ทั้งที่มู่หลานให้คนไปปล่อยข่าวลวงไว้  (แสดงว่าเสี่ยวซันจื่อฉลาดกว่า)

          มู่หลานใช้วิธีการอะไรในการหาทางติดต่อฝูหลิงในวังข่านได้ครั้งแรก

          ฝูหลิงและเฮ่อหุงใช้วิธีอะไรช่วยให้มู่หลานปลอมตัวเข้าไปหาฝูหลิงได้ตอนตัวหลุนถูกขังคุก และมู่หลานต้องการจะไปฆ่าคนขายชาติ 

          มู่หลานปลอมตัวเข้าไปลอบสังหารทั่วป๋าเส้าได้อย่างไร ฯลฯ 


          เชิญร่วมตอบคำถาม  (ถามแล้วไม่มีคนตอบก็เงิบเลยล่ะ)
          ส่งคำตอบมาได้ที่ช่องคอมเมนท์ข้างล่างเรื่องนี้ หรือ ผ่านช่องเฟชบุ๊ก

          ท่านที่ตอบถูกจะได้รับรางวัลเป็น ...................................  
                     
         

..........................................


辛夷花 / 木兰花

ดอกซินหยี / ดอกมู่หลาน  

Magnolia flower / ดอกแมกโนเลีย

เหล่าซือไปถ่ายมาจากดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2015


อินกับหนังเรื่องมู่หลาน พอไปเจอดอกไม้ชนิดนี้ ก็บอกว่านี่ไงดอกมู่หลาน

                                                             





          
        


ขอจบตอนนี้ไปแต่เพียงเท่านี้ก่อน 

แอบยิ้มที่เพื่อนผู้อ่าน คุณ "  Jeng Piyamanage " เขียนคอมเมนท์ในท้ายบทความตอนที่ 14 (มาเร่ง) ว่า


(ที่)เหล่าซือบอกว่าเจอกันใหม่ปีหน้า ปีไทยหรือปีจีนคะ 
ค๊อยคอยคนใจดีเขียนมู่หลานต่อนะเนี๊ยะ รักษาสุขภาพนะคะ

เหล่าซือตอบคุณ Jeng ไปว่า 

ปีหน้าที่ว่าคือปีใหม่สากลจ้า ... ถ้าปีไทยก็ต้องหลังสงกรานต์โน้นเลย
(ต่อไปคงต้องซอยเป็นตอนสั้นๆ แล้วล่ะ)

..............

กว่าจะได้เขียนตอนต่อไป  หนังในทีวีก็จบอวสานไปแล้วค่ะ 

ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพดี

แข็งแรง มีความสุข จะเกิดขึ้นได้เมื่อลงมือทำค่ะ

เหล่าซือก็มีความสุขในสิ่งที่เหล่าซือทำค่ะ

สวัสดี 


.............................

เพื่อนๆ ที่แสดงความเห็นผ่านช่องเฟชบุ๊กในบทความนี้  

ถ้าก็อปข้อความที่คอมเมนท์นี้ไปแปะไว้ที่เฟชบุ๊กเพจ https://www.facebook.com/SuwannaFutureC/?ref=hl ด้วย 

ก็จะมีสัญญาณเตือนให้เหล่าซือเข้ามาเห็นคอมเมนท์นั้นค่ะ

...................................


ดูหนังเรื่องนี้ภาคภาษาจีนทางยูทูป ที่ลิงค์นี้ (คลิกที่นี่)

พากย์ไทย ที่คุณ naruto_multiThree อัพไว้ในยูทูปหลังหนังออกอากาศ (คลิกที่นี่)

เพลงประกอบตอนจบ 女儿香 (คลิกที่นี่)
เพลงประกอบตอนมู่หลานกลับบ้าน  问月 (คลิกที่นี่) 


ขอบคุณทุกคลิกทุกความคิดเห็นตั้งแต่ตอนแรก - ตอนปัจจุบัน
Flag Counter

วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2558

มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน เจาะสาระ 13 ความเชื่อจีนเกี่ยวกับ ตายตาไม่หลับ

ต่อจากตอนที่ 13 

         องค์ชายตัวหลุน ( 多伦 พระเอก) พ่ายแพ้แก่ทัพเว่ยของแม่ทัพเซี่ยชี่เฉิน (谢弃尘)ที่มีมู่หลาน (木兰)เป็นหน่วยหน้า  จึงถูกท่านข่าน (可汗)เรียกตัวกลับไปรับโทษ

         แต่เขาก็ยังเป็นห่วงมู่หลานที่อาจจะถูกประหารชีวิตด้วยเหตุที่ปลอมตัวเป็นชายเข้ากองทัพ  เป็นห่วงถึงขั้นยอมเสี่ยงตายหาทางลักลอบเข้าไปกองทัพเว่ย  เพื่อจะพานางหนีไปกับเขา ไปใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับสงครามอีกต่อไป

        แต่เขากลับพบว่า มู่หลาน ได้เปลี่ยนสถานะจาก "ฮวาหู" เป็นหัวหน้าหน่วยยวี้ฉือ (ชื่อของหน่วยกล้าตายที่เดิมมียวี้ฉือกุงเป็นหัวหน้า)

        ตัวหลุนพบว่ามู่หลานเปลี่ยนไป  ไม่ใช่มู่หลานสาวปักผ้าคนเดิมอีกแล้ว  แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือความรักที่ยังคงติดตรึงใจของทั้งสองคน

        บทพูดในหนังตอนนี้แสดงถึงตัวแทนความคิดของคนที่อยากจะปลีกตัวจากโลกที่วุ่นวาย

        ตัวหลุนกอดมู่หลานไว้  และถามว่า  ทำไมเราถึงกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนอีกไม่ได้  เราย้อนกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนได้มั้ย   ข้าเป็น "มั่วเจี้ยง"  ส่วนเจ้าก็เป็น "มู่หลาน"   เราจะไปที่ที่ไม่มีสงคราม  ใช้ชีวิตอย่างสงบและมีความสุข  ข้าเลี้ยงม้า  เจ้าทอผ้า  ไม่ต้องยุ่งเรื่องชาวโหยวหยาน ไม่ต้องยุ่งเรื่องชาวเว่ย  แค่เราสองคนมีความสุขก็พอแล้ว

        แต่มู่หลานไม่ยอมหนีไปกับเขา  ยืนยันจะอยู่สู้เพื่อชาวเว่ย

        ทั้งสองคนเชื่อว่า  “ สงครามจะยุติลงได้ก็ต่อเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะเท่านั้น ”
        แต่มู่หลานยังเชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า   “ ผู้ก่อสงครามจะไม่มีวันชนะ” ( มั่วเจี้ยงบอกว่ารอพิสูจน์กันต่อไปว่าใครถูก)

         ในบทพูดฉากนี้  ผู้เขียนรู้สึกว่าผู้กำกับสร้างให้สองคนนี้คิดแตกต่าง  คนหนึ่งเทิดทูนความรัก  ส่วนอีกคนยังไงๆ ก็ต้องชาติมาก่อน

              
        
                                                         (ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์จีน)

        มู่หลาน ปล่อยตัวหลุนแม่ทัพฝ่ายศัตรูไป  โดยให้จู้จื่อส่งตัวหลุนออกจากค่ายเว่ยไป 
    
        ก่อนจากกัน  ตัวหลุนบอกลาจู้จื่อว่า

        ลาก่อนสหายหวู่เฟิ่งกู่ของข้า  เจอกันคราวหน้า "ข้าจะไม่ยั้งมือให้กับเจ้าอีก"  
        จู้จื่อบอกว่า "ข้าก็เช่นกัน"  
        หมายความว่า  ถ้าข้าเจอเจ้าในสนามรบคราวหน้า จะลงมือห้ำหั่นกันเต็มที่ไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์ส่วนตัวแล้วนะ
 ....................................................

         เกร็ดวามรู้ตำราพิชัยสงครามซุนวู  ที่สอดแทรกอยู่ในหนังเรื่อง “มู่หลาน”

         ยุทธวิธีในหนังเรื่องนี้  เน้นการชนะกันด้วยสติปัญญา  การรู้เท่าทันฝ่ายตรงข้าม ( สำนวนจีนพูดว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง 知己知彼,百战百胜。) และการที่สามารถใช้กำลังที่น้อยกว่าชนะข้าศึกที่มีกำลังมากกว่า(สำนวนจีนใช้คำว่า 以少胜多)
   
         การที่ตัวหลุนรู้นิสัยของแม่ทัพเซี่ย  และมู่หลานก็รู้นิสัยของตัวหลุน  จึงเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการแพ้ชนะ

         ในเวลาต่อมา  องค์ชายตัวหลุนได้รับโอกาสจากท่านข่านอีกให้สร้างผลงานไถ่โทษ (แพ้ศึกที่เฮยซัน-แพ้เพราะเสียงซอหัวหมาป่าของตัวเอง)  นำทัพยึดเมืองเซิ่งเล่อ  ซึ่งเป็นเมืองหัวใจของแคว้นเว่ยไว้ได้  และใช้วิธีตั้งรับอยู่แต่ในเมือง  ไม่บุก  ตัดเสบียงอาหารและบั่นทอนกำลังของทัพเว่ยไปเรื่อยๆ   แทบจะทำให้แคว้นเว่ยแพ้โดยที่ไม่ต้องรบ  จนฮ่องเต้แคว้นเว่ยร้อนใจอย่างหนัก  กดดันให้แม่ทัพเซี่ยชี่เฉินต้องหาทางชิงเมืองเซิ่งเล่อคืนให้ได้  ตอนนี้ก็งัดสารพัดวิธีเพื่อชิงเมืองคืน ( รายละเอียดเชิญดูจากซีรีย์จีน เรื่อง มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน เวอร์ชั่น 2013  ในไทยเรียกว่าเวอร์ชั่น 2015 )
 
           แม่ทัพตัวหลุนฝ่ายแคว้นโหยวหยาน ได้ทำการวิเคราะห์ความสำคัญของเมืองที่จะเข้าตี  สภาพภูมิประเทศ  ข้อได้เปรียบ - เสียเปรียบของฝ่ายตนและฝ่ายเว่ยในการทำศึกตามหลักพิชัยสงครามซุนวู  จึงชิงเมืองเซิ่งเล่อได้จนทำให้ฝ่ายเว่ยเกือบจะสิ้นชาติ    

           ส่วนมู่หลานเมื่อคราวบ้านเมืองคับขัน  ก็ใช้หลักการในตำราพิชัยสงครามซุนวู  ทำการ “โจมตีจุดอ่อนทางจิตใจ 攻心)ของตัวหลุนที่ยังมีใจรักในตัวนาง  รักในผ้าไหมปัก  จนตัวหลุนหลงกล พ่ายแพ้อย่างยับเยิน  โดนข่านผู้พ่อสั่งลงโทษปลดออกจากแม่ทัพ  อำนาจการทหารเปลี่ยนไปอยู่ในมือของ หวูถี (吴提) องค์ชายใหญ่ (ซึ่งเชื่อฟัง จินฉานจื่อ มหาอำมาตย์เจ้าเล่ห์ที่คิดจะชิงอำนาจ)   

            หลายคนดูแล้วรู้สึกเจ็บแค้นแทนตัวหลุน (พระเอก) ที่เสี่ยงชีวิตช่วยมู่หลานไว้หลายต่อหลายครั้ง แต่เธอกลับไร้น้ำใจถึงขนาดใช้ความรักที่เขามีต่อเธอมาเป็นอาวุธในการทำร้ายเขาเพื่อเอาชนะศึกชิงเมือง  ทำให้ตัวหลุนเสียใจจนไม่คิดจะพบกับนางอีกชั่วชีวิต 
          
            หนังสร้างให้แม่ทัพสองแคว้นนี้ถูกกดดันให้รบ  ตัวหลุนชีช้ำที่สุด  รักรันทด โดนพ่อด่า  โดนเลื่อยขาเก้าอี้  โดนผู้หญิง (มู่หลาน) หลอก  ถูกปลดจากแม่ทัพ  คนสนิท "ตั๋วซูเฟิง" ถูกเนรเทศให้ไปเลี้ยงม้า   จึงนั่งก๊งเหล้าแก้เก๊กซิมดับกลุ้มทั้งวัน
       
            ส่วนแม่ทัพเซี่ยก็โดนฮ่องเต้เจ้าอารมณ์กดดัน   


            อุทาหรณ์เตือนใจเรื่องคนไว้ใจใกล้ตัว  

            ต่อมาเมื่อหวูถีได้เป็นแม่ทัพใหญ่โหยวหยานโดยมีจินฉานจื่อเป็นกุนซือ  จินฉานจื่อวางแผนการรบผิดพลาดในยุทธการครั้งสำคัญ  จนเกิดการเพลี่ยงพล้ำอย่างหนัก  ฝ่ายโหยวหยานแพ้ศึกครั้งใหญ่  สูญเสียกำลังพลมากมาย  หวูถีเองก็ถูกลูกศรมู่หลานบาดเจ็บ
  
             จินฉานจื่อ ต้องการโยนผิดให้กับแม่ทัพหวูถี  จึงส่งสัญญาณให้ลูกน้องรู้ว่าจะปล่อยให้ หวูถี มีชีวิตรอดกลับไปถึงวังข่านไม่ได้   

             "ต้าน่า" จึงจัดการฆ่าหวูถี ผู้ซึ่งเชื่อใจและนับถือจินฉานจื่อเป็นอาจารย์   และถือโอกาสป้ายร้ายว่ามู่หลานเป็นคนฆ่าหวูถีตายคาสนามรบ  ทำให้ท่านข่านเห็นมู่หลานเป็นแม่มดหมอผี  เกลียดชังมู่หลานยิ่งขึ้น  กดดันให้องค์ชายตัวหลุนสาบานว่าถ้าพบมู่หลานอีก จะต้องฆ่านางเพื่อแก้แค้นให้กับหวูถีผู้เป็นพี่ชาย     

             องค์ชายหวูถี  เป็นตัวอย่างที่หลงไว้วางใจคนไม่ดีและต้องจบชีวิตด้วยน้ำมือของคนใกล้ตัว  ท่านข่านผู้เป็นพ่อก็ชะตากรรมเดียวกัน  หูเบา  ดูคนไม่เป็น   หลงไว้ใจคนไม่ดี  จนต้องตายด้วยน้ำมือของจินฉานจื่อเช่นกัน 
            
             หวูถีตายในสภาพที่ตาทั้งสองไม่ยอมปิดลง  (ต่อมา  ท่านข่านผู้เป็นพ่อก็ตายตาไม่ปิดเช่นกัน)
          
             จากบทความที่แล้ว มีผู้อ่านท่านหนึ่งส่งคำถามมาว่า  คนจีนมีความเชื่อเรื่องคนตายตาไม่ปิด (ไม่หลับ) อย่างไร ? 
                    

              คนจีนมีความเชื่อเรื่องตายแล้วตาไม่หลับอย่างนี้

             (1)  คนตายยังมีเรื่องที่เป็นห่วงอย่างมาก  ยังทิ้งความเป็นห่วงนั้นไปสู่สุขคติไม่ได้
   
             (2)  คนตายจะต้องได้รับความไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง  การตายนั้นมีเงื่อนงำ  มีอะไรที่เจ็บแค้นใจหรือเสียใจสุดๆ  จึงยังไปสู่สุขคติไม่ได้

             
            จีนจึงมีสำนวนจีนโบราณคำหนึ่งว่า  死不瞑目  แปลว่า  ตายตาไม่หลับ

            ส่วนจะเป็นจริงตามนี้หรือไม่  อันนี้ก็ต้องไปสังเกตกันต่อไป
  

            ในหนังเรื่องนี้หมายถึง หวู่ถีแค้นใจที่ถูกคนที่ตัวเองวางใจเคารพนับถือมาทำกับตัวเองอย่างนี้ (ตอนหลังพระเอกช่วยทำให้ตาของหวูถีปิดลงได้)  ก็เรียกว่า 
死不瞑目  แปลว่า  ตายตาไม่หลับ

              ส่วนท่านข่านก็เจ็บใจที่หลงเชื่อจินฉานจื่อจนลูกชายคนโตตาย  ลูกชายคนรอง (พรเะเอกตัวหลุน) ถูกปลดเป็นสามัญชน  แถมตัวเองก็ต้องตายด้วยยาพิษจากคนของจินฉานจื่อที่ส่งมาเป็นพ่อครัวข้างกายอยู่นานถึง 7 ปี (กว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว) จึงตายในอาการที่ "ตาไม่ปิด" เช่นกัน 

             ในฝั่งของแคว้นเว่ยก็มีคนแฝงกายซุ่มซ่อนอยู่ข้างฮ่องเต้เหมือนกัน   

             ทั่วป๋าเส้า ( 拓拔绍 อดีตรัชทายาทที่ถูกปลด  น้องชายของฮ่องเต้ทั่วป๋าเทา 拓跋焘 )  นอกจากตัวเองจะสลับฐานะกับองครักษ์ (罗昭 - หลัวเจา) หลบซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านหวู่เฟิ่งกู่นานถึง 15 ปีแล้ว  เขายังได้ส่งลูกๆ ของอดีตคนที่ภักดีต่อเขาให้ไปสมัครเป็นทหารองครักษ์ซุ่มตัวอยู้ข้างตัวของฮ่องเต้ทั่วป๋าเทาเพื่อหาโอกาสลอบสังหารฮ่องเต้นานถึง 8 ปี  โดยที่ฮ่องเต้ก็ไม่ระแคะระคายเช่นกัน    

              แม่ทัพเซี่ยชี่เฉินที่ไม่เคยรบแพ้ใคร  ก็ต้องมาจบชีวิตด้วยดาบของทหารองครักษ์ฮ่องเต้ (คนของทั่วป๋าเส้า) ซึ่งมีฝีมือธรรมดาที่แทงจากด้านหลัง  แบบโดนแทงทีเผลอ

              เราก็เคยเห็นตัวอย่างแบบนี้นอกจอในยุคปัจจุบันด้วย  ในประวัติศาสตร์โลก ก็มีผู้นำบางประเทศเสียชีวิตโดยถูกองครักษ์ข้างกายสังหาร

              ฉากที่แม่ทัพเซี่ยตาย  น่าสงสาร และน่าเสียดายมาก  ผู้กำกับไม่น่าบอกให้เขาตายง่ายๆ แบบนี้เลย   ไม่มีโอกาสได้ร่ำลามู่หลาน  ทั้งที่แอบรักและคอยปกป้องมู่หลานมาโดยตลอด                   

              แต่นั่นแหละ ถ้าไม่กำกับให้แม่ทัพเซี่ยตาย  แล้วมู่หลานจะมีโอกาสเป็น "แม่ทัพ" ได้อย่างไรล่ะ (ในเรื่องมู่หลานเวอร์ชั่นที่ผ่านๆ มา ไม่เคยมีบทที่มู่หลานเป็นแม่ทัพ  หนังเวอร์ชั่นนี้สร้างแต่งเติมให้เหนือจริงไปมาก)

              ในหนังเรื่องนี้ แม่ทัพเซี่ยเป็นลูกผู้ชายที่น่านับถือมาก  ไม่มีการชิงรักหักสวาท  แม้จะพยายามบอกมู่หลานให้ลืมความหลังที่มีกับตัวหลุนก็ตาม

              หลังแม่ทัพเซี่ยตาย มู่หลานถึงได้รู้ว่า ภาพปักที่เธอปักเป็นรูปหน้าแม่ทัพเซี่ยเมื่อครั้งที่แม่ทัพเซี่ยไปคัดเลือกแม่งานปักผ้าสินเจ้าสาวที่อู่เฟิ่งกู่นั้น  แม่ทัพเซี่ยยังเก็บติดตัวไว้ตลอด ( เป็นเวลาร่วมสิบปี)  ซึ่งเป็นนัยว่า แม่ทัพเซี่ยมีใจต่อเธอ จึงยังคงเก็บผ้าผืนนั้นไว้กับตัว แต่เขาก็ไม่เคยแพร่งพรายให้มู่หลานรู้ความในใจเลย  
              
              ต่อจากนี้ไปก็จะไม่มีบทของแม่ทัพเซี่ยที่ผู้เขียนถือว่าเขาเป็นพระรองของเรื่องอีก   นอกจากป้ายวิญญาณที่ตัวหลุนกับมู่หลานไปคารวะตอนใกล้จบเท่านั้น                      

                                                      
  
     วันนี้ยังไม่ได้ทำรูปประกอบเรื่องรูปใหม่  ขอเอารูปเก่าลงประกอบซ้ำ

     สำนวนจีน  敌暗我明 ศัตรูอยู่ในที่มืด เราอยู่ในที่แจ้ง


                                                                   ................................
                          
                               ขอปิดท้ายบทความนี้ด้วยสำนวนจีนอมตะที่เคยเขียนไว้ 

สุดยอดสำนวนจีนอมตะ 

谚语 Chinese Idioms

ภาษิตจีนโบราณ


害人之心不可有,防人之心不可无。

(1) จิตใจคิดร้ายผู้อื่นมิพึงมี การระวังผู้อื่นมิควรขาด

(2) ไม่ควรคิดร้ายใคร แต่พึงระวังคนคิดร้ายเรา

สำนวนจีนนี้หมายความว่า

"จงอย่ามีจิตใจที่จะคิดร้ายต่อผู้อื่น" ขณะเดียวกัน

 "ก็พึงระวังคนไม่ดีที่จะคิดร้ายกับเราไว้บ้าง"

คล้ายคำไทยที่ว่า "อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน"  

ดูสำนวนจีนนี้เพิ่มเติม  คลิกที่นี่

.......................


                                                            ภาพนี้เป็นภาพเปิดตัวซีรีย์ เมื่อ 2013 ที่จีน


                    ขอบคุณภาพประกอบจาก 新浪网  http://news.sina.com.cn/



ภาพล่าง เหอเจี้ยนเจ๋อ นักแสดงเป็นองค์ชายหวูถี 
เป็นคนที่มีความรักมั่นคง เป็นตัวละครที่น่าเห็นใจและน่าสงสารคนหนึ่ง
เพราะน้อยใจที่พ่อให้ความวางใจน้องชายมากกว่าตัวเอง 
อยากได้ความรักตอบจากหญิงที่ตนรัก   
จึงหลงเชื่อใจและนับถือจินฉานจื่อ   
ต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของคนที่ตนหลงไว้ใจ จึงตายตาไม่ปิด

.......................

เพิ่มเติม
เกร็ดประวัติศาสตร์จริง (แต่เรื่องในหนังไม่ตรงกับประวัติศาสตร์)
ผู้เขียนไปค้นมา พบว่า หวูถี มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์เผ่าโหยวหยาน 柔然

หวูถี เป็นข่านองค์ 11 และองค์สุดท้ายของโหยวหยานโบราณ ( ค.ศ. 429 - 444) 
และได้อภิเษกสมรสกับ องค์หญิงซีไห่ จากแคว้นเว่ยเหนือ
ต่อมาแคว้นโหยวหยานและแคว้นเว่ยเหนือมีการทำสงครามกันอีกหลายครั้ง 
และในปี 444 แคว้นเว่ยเหนือเป็นฝ่ายชนะ 


อ้างอิงจาก  http://baike.baidu.com/view/2610706.htm

(ขอบคุณภาพจาก เว็บไซต์ 八目鱼)






 หนังสร้างได้สนุกน่าติดตามมาก  

ตอนต่อไปจะเขียนถึงแนวการสืบสวน 

พบกับเจาะสาระมู่หลานตอนต่อไปค่ะ



ขอบคุณทุกคลิกทุกความคิดเห็นตั้งแต่ตอนแรก - ตอนปัจจุบัน
Flag Counter