วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2558

มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน เจาะสาระ 7 ความรักที่ไม่ใช่การอิจฉาริษยา


มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน ซีรีส์จีน เวอร์ชั่น 2013 
花木兰传奇 The Legend of Hua Mulan
การได้ดูหนังดีสักเรื่อง เหมือนได้อ่านหนังสือดีหลายเล่ม 

เขียนโดย สุวรรณา สนเที่ยง 张碧云 
   
   " ถ้าเจ้าปฏิบัติต่อคนๆ หนึ่งเหมือนเขาเป็นศัตรู  ถ้างั้นเขาก็เป็นศัตรู  
   แต่ถ้าเจ้าปฏิบัติต่อคนๆ หนึ่งเหมือนมิตร  เขาก็จะเป็นมิตร"
(คำพูดพ่อมู่หลาน)    
如果你像对待敌人一样去对待一个人,那他就是敌人。
........................................

          ซีรีย์จีนเรื่องนี้  เริ่มเขียนบทเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน  ใช้เวลาเขียนบท 7 ปี  มีคำคมและสำนวนจีนสอดแทรกอยู่มากมาย  
          เริ่มถ่ายทำปี 2011 แพร่ภาพทาง CCTV จีนปี 2013  แพร่ภาพในไทยทางไทยพีบีเอส ตั้งแต่มิถุนายน 2015 ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีหลายพื้นที่ตกอยู่ภายใต้ไฟสงครามซึ่งกำลังทำลายชีวิตของผู้บริสุทธิ์มากมาย...... หลายครอบครัวสูญเสียคนที่รัก  หลายคู่รักพรากจากกันชั่วชีวิต
         หนังยังได้สอดแทรกเรื่องความรักแบบต่างๆ ไว้หลายแง่มุม  ความรักของตัวละครเกือบทุกตัวเป็นความรักที่บริสุทธิ์  เป็นรักแท้ที่เกิดจากความเข้าใจความชื่นชมอีกฝ่าย  ไม่ใช่เพราะรูปร่างหน้าตา  เป็นรักที่เสียสละไม่ใช่เพื่อครอบครอง  ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์  และไม่ใช้วิธีแย่งชิงความรักด้วยเล่ห์กลด้วยมารยาหรือจ้างคนไปฆ่าอีกฝ่าย  ยกเว้นความรักสามเส้าของฮ่องเต้ทั่วป๋าซื่อ จินฉานจื่อ กับ พระสนม (แม่ของทั่วป๋าเส้า) ที่รักกลายเป็นแค้นจนเป็นความขัดแย้งส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดสงครามระหว่างแคว้น   
          สิ่งที่ผู้ประพันธ์บทแต่งให้ผิดแผกจากมู่หลานเวอร์ชั่นอื่นๆ ก็ตรงที่คู่รักของมู่หลานเป็นแม่ทัพศัตรูของชาติแทนที่จะเป็นเพื่อนร่วมรบชาติเดียวกันเหมือนทุกเวอร์ชั่นที่ผ่านมา    
             
ผู้ประพันธ์บท เรื่องมู่หลาน
苏晓苑  ซู เสี่ยวเยวี่ยน  
向以鲜  เซี่ยง หยี่เสี๊ยน  
刘继安  หลิว จี้อั๊น
ผู้กำกับการแสดง 
熊郁    สรุงยวี้   
卫韬    เว่ยเท้า 
  
เนื้อเรื่องย่อแบบสรุป  (จากตอน 12 - 13 - 14 เวอร์ชั่นภาษาจีน ) 
ต่อจากตอนที่แล้ว (อ่านความเดิม ตอน 6 คลิกที่นี่)

          มู่หลานเสียใจที่รู้ความจริงว่า  ที่แท้ มั่วเจี้ยงเป็นคนขโมยแร่ย้อมไหมสีเหลืองไปเพื่อขัดขวางการปักผ้า(ปรองดอง) จึงไม่พูดขอบคุณมั่วเจี้ยงเลยแม้แต่คำเดียวหลังได้ยาแก้พิษและหายจากตาบอดแล้ว  
          เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามั่วเจี้ยงต้องเสี่ยงกับอะไรบ้างในการไปเอายาแก้พิษควันมาให้นาง  จนกระทั่งตอนท้ายเรื่องถูกลูกน้องพระเอกด่านางถึงได้รู้ (ซึ่งต่อมาเรื่องนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่มั่วเจี้ยงหรือองค์ชายตัวหลุนถูกใส่ร้ายว่าสมคบกับชาวเว่ยทรยศต่อชาติตัวเองจนถูกปลดจากองค์ชายและถูกลงโทษ)
          ฝ่ายมั่วเจี้ยง เขาเริ่มสงสัยว่า  ท่านหมอหลัว (หลัวเจา) ก็คือคนที่ใช้ดอกซินหยีเป็นสัญลักษณ์ในการสื่อสารกับแคว้นโหยวหยาน  เขาจึงหาเรื่องเข้าไปที่สำนักของหมอหลัวหลายครั้ง  แต่ก็ไม่ได้อะไรชัดเจน  เนื่องจากหมอหลัวก็ระแวงสงสัยไม่กล้าวางใจในตัวมั่วเจี้ยงเช่นกัน 
          เรื่องร้ายก็ยังเกิดขึ้นกับครอบครัวมู่หลานต่อไป  
          คราวนี้ผู้เคราะห์ร้ายที่โดนฆ่าตายอีกคนคือแม่ของมู่หลานซึ่งเป็นกำลังหลักในการปักผ้าแทนซือเหนียง  นางถูก "เข็มบิน" ซัดเข้าที่หูฆ่าทันทีอีกคน  แต่คนร้ายอำพรางเป็นการตกตึกตาย  
          ครั้งนี้แม่ทัพเซี่ยชี่เฉินมั่นใจว่าฆาตกรจะต้องเป็น "คนใน" ที่อยู่ในหอปักผ้า (ตั้งอยู่ในบ้านฝูหลิง) แน่นอน  แต่ในหอปักผ้าก็มีแต่สาวๆ ที่เติบโตมาพร้อมกันกับมู่หลานและฝูหลิงตั้งแต่เด็กทั้งนั้น
          มั่วเจี้ยงมาคารวะศพแม่มู่หลาน  และขอคุยกับมู่หลานตามลำพัง  เขายอมรับกับมู่หลานเป็นครั้งแรกว่าตนเองเป็นคนโหยวหยาน  เดิมเป็นศัตรูที่จะมาเพื่อขัดขวางการปักผ้า (คืออยากให้รบกัน  แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว) 
          เขาบอกเธอว่า  นับตั้งแต่แต่วินาทีที่เขาตัดสินใจไปเอายาแก้พิษมาให้  ก็ได้ละทิ้งความตั้งใจเดิมที่เป็นศัตรูกับชาวเว่ยแล้ว  อยากเป็นเพื่อนกับมู่หลานจริงๆ  อยากเห็นคนสองแคว้นอยู่ร่วมกันอย่างสันติ  เขาจะหันมาปกป้องการปักผ้าแทนการขัดขวาง  เขาหวังว่ายาแก้พิษกระบอกนั้นจะทำให้มู่หลานเชื่อในความจริงใจของเขา 
          นี่เป็นคำสารภาพและอ้อนวอนขอไมตรีจากปากของแม่ทัพแห่งแคว้นโหยวหยานที่เก่งกาจและพิชิตศึกมานับไม่ถ้วน  (แต่มู่หลานไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร) 
          มู่หลานไม่เชื่อ เธอแค้นที่มั่วเจี้ยงหลอกลวงเธอและทำให้พ่อเธอเกือบตาย  ด้วยอารมณ์โกรธ จึงใช้มีดพกของมั่วเจี้ยงแทงมั่วเจี้ยงบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจ  เธอย้ำว่า จะไม่ขอเป็นเพื่อนกับชาวโหยวหยานเด็ดขาด
          มั่วเจี้ยงตั้งคำถามว่า "ถ้าเจ้ามองชาวโหยวหยานเป็นศัตรูทั้งหมด  ถ้าเจ้ายอมรับชาวโหยวหยานเป็นเพื่อนด้วยไม่ได้  แล้วจะทุ่มเทเสี่ยงตายปักผ้าผืนนั้นไปทำไมกัน ? "  



         ( บทพูดของพระเอกในตอนนี้พูดให้แง่คิดว่า  ในเมื่อให้อภัยศัตรูที่กลับใจมาเป็นมิตรไม่ได้  แล้วการทุ่มเทปักผ้าไหมเป็นของขวัญสมรสนั้นจะมีความหมายอะไรล่ะ)
         ตอนนี้ พระเอกก็ยังไม่ได้บอกรักนางเอก  แค่บอกว่าอยากเป็นเพื่อนเฉยๆ   และก็ยังไม่กล้าบอกว่าไอ้ควันพิษที่ทำให้นางตาบอดนั้นน่ะ  เป็นฝีมือของลูกน้องข้าเองแหละ  แค่บอกว่าตัวเองเป็นชาวโหยวหยานเรื่องเดียวนางก็ยังเอามีดจิ้มเลย  ขืนบอกอะไรมากกว่านี้  เป็นแม่ทัพเป็นองค์ชายฝ่ายศัตรูละก้อ  โดนนางแทงพรุนแน่     

         มู่หลานกลับบ้านเอาเรื่องนี้มาบอกพ่อ  พ่อมู่หลานให้แง่คิดกับลูกว่า
         " ถ้าเจ้าปฏิบัติต่อคนๆ หนึ่งเหมือนเขาเป็นศัตรู  ถ้างั้นเขาก็เป็นศัตรู  
               แต่ถ้าเจ้าปฏิบัติต่อคนๆ หนึ่งเหมือนมิตร  เขาก็จะเป็นมิตร "
         ส่วนเรื่องที่จะเชื่อใจมั่วเจี้ยงต่อไปได้หรือไม่นั้น  พ่อมู่หลานแค่พูดว่า 
         "ลูกโตแล้ว พ่อเชื่อว่าลูกแยกแยะเองได้"
         มู่หลานจึงขอให้ จู้จื่อ หลานชายของย่าบอดเอายาสมานแผลไปให้มั่วเจี้ยงที่ถูกเธอแทงบาดเจ็บ
         มั่วเจี้ยงรู้ว่ายานี้ต้องเป็นมู่หลานวานให้จู้จื่อเอามาให้แน่  เพราะมีเพียงคนเดียวที่รู้ว่าเขาบาดเจ็บจากมีดแทงที่หน้าอก  เขาชวนจู้จื่อกินเหล้าแก้กลุ้ม เขาบอกว่า เหล้านี่ดีจริงๆ เลย พอมันพุ่งขึ้นไปที่สมอง จะเป็นช่วงที่วิเศษที่สุด เรื่องกลุ้มทั้งหลายหายเกลี้ยงเลยล่ะ  
         จู้จื่อบอกว่าตนก็มีเรื่องกลุ้มเหมือนกัน คือ หลงรักคนที่เขาไม่รักเรา (จู้จื่อแอบรักฝูหลิง) มั่วเจี้ยงพูดว่า แค่นี้จะน่ากลุ้มตรงไหน  ข้าสิกลุ้มหนักกว่า  เพราะคนที่ข้ารักบอกว่าเขาเกลียดข้าน่ะ......... (มั่วเจี้ยงรักมู่หลานคนเดียว  โดยไม่สนใจ เฮ่อหุง ลูกสาวจินฉานจื่อ และ ฝูหลิง สองสาวงามที่แสดงออกว่ารักเขาอย่างชัดเจน)
                                ...........................................................................
           ฝูหลิง และ ชุนโฉว (ลูกศิษย์ ปาเป้ยฉาน - ผู้อาวุโสของหมู่บ้าน) มาคารวะศพแม่มู่หลาน 
         ( ฝูหลิง  ชุนโฉว และ มู่หลาน เป็นเพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกัน ) 
          มู่หลานบอกกับเพื่อนซี้ทั้งสองว่า  เธอจะทำหน้าที่เป็นตัวหลักในการปักผ้าปรองดองแทนแม่ต่อไป  ถ้าเธอเกิดเป็นอะไรไปอีกคน  ก็ให้คนที่เหลือรับหน้าที่ทำต่อไปจนสำเร็จ   
         ในระหว่างที่ทั้งสามจับมือกันเพื่อแสดงความแน่วแน่ร่วมกันนั้น  มู่หลานแทบช็อคที่บังเอิญพบว่าที่นิ้วมือของ ชุนโฉว มีรอยเนื้อด้านแบบเดียวกันกับนิ้วที่เธอฝึก "เข็มบิน"  ตอนรักษามือสั่น
         เมื่อพิสูจน์จนแน่ใจแล้วว่า นิ้วของ ชุนโฉว มีรอยด้านเช่นนั้นจริงๆ  มู่หลานเสียใจน้ำตาอาบแก้ม   ไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกันจะกลายเป็นฆาตกรโหดที่ฆ่าทั้งแม่ฝูหลิงและแม่ของเธอไปได้   
          ผู้ร้ายคนแรกก็ชายที่ตัวเองชอบ   ผู้ร้ายคนต่อมาที่ร้ายยิ่งกว่าก็คือเพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกัน   
         เมื่อปาเป้ยฉาน กับ แม่ทัพเซี่ยทราบเรื่อง จึงสั่งค้นห้องของชุนโฉวซึ่งเป็นศิษย์ของเปาเป้ยฉานมานานนับ 10 ปี          
         พบผ้าปักไหมรูปดอกโบตั๋นของมู่หลานที่ถูกสับเปลี่ยนเป็นภาพปักดอกซินหยีจนทำให้มู่หลานเกือบโดนตัดหัวเมื่อครั้งประกวดช่างปัก  และพบช่องลับที่ชุนโฉวใช้แอบดูปาเป้ยฉานฝึกวิชาเข็มบิน  
          ชุนโฉว  ไหวตัวก่อน จึงหนีไปที่สำนักหมอของหลัวเจา (หมอที่คนในหมู่บ้านให้ความเคารพ)  นางบอกหลัวเจาเป็นครั้งสุดท้ายว่านางใฝ่ฝันที่จะเป็นคนธรรมดาสามัญคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายที่ตัวเองรักเหมือนคู่สามีภรรยาทั่วไป (นี่ก็ความรักทำให้ทุกข์) 
          หลัวเจาบอกชุนโฉวว่า " เจ้าได้ทำในสิ่งที่ควรทำแล้ว  ชะตาชีวิตคนเราถูกกำหนดไว้แล้วตั้งแต่เกิด  เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ "   ( หมายถึงเลือกทางเดินของตัวเองไม่ได้ )
          ที่แท้ชุนโฉวเป็นลูกองครักษ์ของอดีตรัชทายาท (ทั่วป๋าเส้า - ซึ่งถูกฮ่องเต้องค์ก่อนปลดด้วยข้อหากบฎจะฆ่าพ่อ) ที่มีโทษประหารชีวิตหลายชั่วโคตร (ด้วยเบื้องหลังของครอบครัวที่ไม่ใช่คนธรรมดา เธอจึงเลือกทางเดินของตัวเองไม่ได้)  นางต้องปิดบังฐานะที่แท้จริงและถูกส่งไปฝึกวิชากับปาเป้ยฉานเพื่อรอโอกาสช่วยทั่วป๋าเส้าช่วงชิงบัลลังก์คืน (แต่ในหนัง ตอนนี้ยังไม่เฉลยว่าชุนโฉวเป็นใคร)  
          ชุนโฉวหลงรักหมอหลัว  จึงยอมทำตามคำสั่งของหมอหลัวทุกอย่าง  แต่หมอหลัวแอบรักมู่หลาน  จึงไม่ชอบขี้หน้าของมั่วเจี้ยงเท่าไหร่นัก  (โอ้ รักหลายเส้ามาก)   
          ชุนโฉวเป็นตัวอย่างความรักอีกแบบ  นางเคยบอกกับมู่หลานว่า "ถ้าข้าชอบใครสักคนนึง  เขาขอให้ข้าทำอะไร ข้าก็จะทำตามทุกอย่าง  แค่หวังว่าจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับเขาตลอดไป" นางจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อคนที่ตนรัก
          เมื่อแม่ทัพเซี่ยกับมู่หลานมาถึงสำนักหมอหลัว  ชุนโฉวสารภาพว่าเรื่องทั้งหมดนางเป็นคนทำเอง  เมื่อมู่หลานถามว่า ทำไมถึงเป็นพี่ไปได้  พี่ทำเพื่ออะไร  ชุนโฉวตอบว่า "เพราะชะตาลิขิต"  แล้วเธอก็เอามือแช่ลงไปในอ่างแช่มือที่ใส่ยาพิษไว้  เสียชีวิตทันที 

          เรื่องน้ำแช่มือผสมยาพิษนี้  ยังมีอีกในตอนต่อๆ ไป 
          เรื่องเข็มบิน  ก็ยังตามไปจนถึงตอนใกล้จบ 
          เรื่องผ้าปัก เรื่องแช่มือ เรื่องดอกซินหยี  ก็ไม่ยอมจบง่ายๆ  ยังผูกเรื่องให้โยงใยไปถึงเรื่องอดีตรัชทายาททั่วป๋าเส้า โยงใยไปถึงเรื่องราวความรักที่กลายเป็นความแค้นของคนรุ่นก่อนระหว่างจินฉานจื่อ (อำมาตย์ฝ่ายโหยวหยานที่เป็นลูกครึ่งชาวเว่ย) พระมารดาของทั่วป๋าเส้า ฮ่องเต้องค์ก่อน กับ ปาเป้ยฉาน 
          ผู้เขียนบทหนังเรื่องนี้  สามารถเอารายละเอียดต่างๆ ไปผูกเชื่อมเข้ากัน และ ไขปริศนาออกมาทีละข้อ ทำให้คนดูอินและชวนติดตาม
               ..........................................
          หลังการตายของชุนโฉง แม่ทัพเซี่ยวิเคราะห์ว่า ชุนโฉวทำไปเพื่อต้องการตำแหน่งช่างปักอันดับหนึ่ง (ตอนนี้ผู้ร้ายตายแล้ว  สบายใจได้ ไม่มีใครมาขัดขวางการปักผ้าอีกแล้ว - ตอนนี้มู่หลานก็ยังไม่กล้าบอกแม่ทัพเซี่ยว่ามั่วเจี้ยงเป็นสายลับที่ปลอมตัวมาขัดขวางด้วยอีกคน - ถ้าบอกมั่วเจี้ยงก็จะถูกแม่ทัพเซี่ยตัดหัวแน่ เพราะแม่ทัพคนนี้ไม่เคยไว้ชีวิตสายลับ) 
          แต่มู่หลานเชื่อว่าจะต้องมีอะไรซับซ้อนกว่านี้  ถึงแม้ชุนโฉวจะตายแล้ว  แต่หวู่เฟิ่งกู่คงยังไม่สงบแน่ 
          ดูถึงตอนนี้  ก็อดวิจารณ์ไม่ได้ว่า ท่านแม่ทัพไม่เฉลียวใจเลยหรือว่า  ท่านหมอหลัวจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาพิษแช่มือที่ทำให้ชุนโฉวตายทันทีนั้นหรือไม่  
         .................................
          (ส่วนมั่วเจี้ยงพระเอกรู้อยู่แล้วว่ายังมีผู้บงการตัวจริงที่ใหญ่กว่าชุนโฉวซุ่มอยู่ในหวู่เฟิ่งกู่)

          มั่วเจี้ยงเห็นแม่ทัพเซี่ยคลายความระวังลง  ต้องการเตือนนาง แต่นางไม่พูดด้วย เขาจึงจับมู่หลานขึ้นหลังม้า เพื่อพาไปคุยกันลำพังอีกครั้ง  เขาบอกว่ายังมีคนที่เหี้ยมโหดกว่าแอบซุ่มอยู่ในที่มืด  แม่ทัพเซี่ยชะล่าใจเกินไปที่นึกว่าคนร้ายตายแล้ว  มู่หลานไม่ฟัง   มั่วเจี้ยงจึงต้องบอกความจริงอีกอย่างว่า  เพื่อนของเขาเป็นคนปาควันพิษใส่มู่หลานเอง  เพื่อมู่หลานจะได้เชื่อว่าเขากำลังพูดความจริงอยู่ 
          เมื่อมู่หลานถามว่า ตกลงเขาเป็นใครกันแน่  เขาตอบว่า "ชาวโหยวหยานคนหนึ่งที่ที่หลงรักเจ้า"  เป็นครั้งแรกที่มั่วเจี้ยงใช้คำว่า "รัก" แทนคำว่า ชอบ  ( คนสมัยก่อนคงไม่บอกรักกันง่ายๆ  แค่พูดว่าชอบเฉยๆ )
          มู่หลานน้ำตาไหล  แต่เธอก็ยังย้ำว่า เธอจะไม่มีวันรักคนโหยวหยานเป็นอันขาด
          .................................         
          เมื่อมู่หลานกลับมาที่หอปักผ้า  ฝูหลิงดูจากอาการกระวนกระวายของมั่วเจี้ยงก็รู้ว่าเขาชอบมู่หลานไม่ได้ชอบเธอ  แต่เธอก็บอกมู่หลานตรงๆ ว่าตนชอบมั่วเจี้ยงนะ (ยังไม่รู้ว่ามั่วเจี้ยงเป็นคนโหยวหยาน)  มู่หลานเตือนฝูหลิงว่าอย่าไปชอบเขา  เพราะเขาไม่ใช่คนดี  หัวนอนปลายเท้าก็ไม่รู้   แต่ฝูหลิงยืนยันว่าเธอชอบมั่วเจี้ยงจริงๆ นี่นา  ชอบมากด้วย  และเธอก็จะแย่งมั่วเจี้ยงกับมู่หลานอย่างเปิดเผยด้วยนะ 
          ฝูหลิง ก็เป็นตัวแทนความรักอีกแบบหนึ่ง
          แม่ทัพเซียซี่เฉิน เป็นตัวแทนความรักแบบสุภาพบุรุษ  เขาเป็นคนเก็บความรู้สึก สีหน้านิ่งเฉยตลอดเรื่อง  เขาแอบนิยมชมชอบมู่หลานแต่ไม่เคยแสดงออกทั้งที่มีโอกาสใกล้ชิดมู่หลาน  เพราะรู้ว่ามู่หลานสนิทกับมั่วเจี้ยง  แม่ทัพเซี่ยปกป้องดูแลมู่หลานตลอดครึ่งปีที่รับผิดชอบทำผ้าปัก  และปกป้องมู่หลานตอนอยู่ในสนามรบด้วย  เขาไม่คิดจะใช้อำนาจและโอกาสแย่งชิงนางจากมั่วเจี้ยง เขาจะระงับอารมณ์ไม่อยู่แสดงอาการร้อนใจให้เห็นก็ตอนที่มู่หลานตกอยู่ในอันตรายเท่านั้น          
          แม่ทัพเซี่ยเคยเอาผ้าปักที่มู่หลานเคยปักเป็นรูปใบหน้าของเขาให้มู่หลานดูตอนจะตัดหัวมู่หลาน  เพื่อสื่อว่าเขาชื่นชมและเสียดายเธอ  แต่ต้องทำตามกฎของแคว้นเว่ย  และเขาก็เก็บผ้าปักผืนนั้นไว้กับตัวตลอดเวลาแม้กระทั่งในสนามรบ
          ชะตารักของคนเหล่านี้  ดูแล้วสะเทือนใจ  บางคนตายระหว่างสงคราม  บางคนถูกส่งไปแต่งงานเป็นทูตสันถวไมตรีเพื่อชาติ  บางคนตายเพราะปกป้องคนที่ตนรัก  ................................ 
สาระ  วัฒนธรรม ภาษา สำนวนจีน
แง่คิด
  " ถ้าเจ้าปฏิบัติต่อคนๆ หนึ่งเหมือนเขาเป็นศัตรู  ถ้างั้นเขาก็เป็นศัตรู  
   แต่ถ้าเจ้าปฏิบัติต่อคนๆ หนึ่งเหมือนมิตร  เขาก็จะเป็นมิตร"

เกร็ดภาษาจีน 
คำว่า 对待  แปลว่า การปฎิบัติต่อ (ผู้อื่น)  ท่าทีกระทำต่อ (ผู้อื่น)  
如果你像对待敌人一样去对待一个人,那他就是敌人。
          ถ้าเราทำกับเขาเหมือนเขาเป็นศัตรู  เขาย่อมเป็นศัตรูกับเรา
       ถ้าเราทำกับเขาเหมือนศัตรู  เขาก็จะเป็นศัตรู


เจาะลึก มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน ซีรีย์จีน ตอน 1 花木兰传奇观后感 ตอนแรก (คลิกที่นี่)


 เนื้อเรื่องย่อ  สาระ วัฒนธรรม ภาษา สำนวนจีน

อ่าน มู่หลาน เจาะลึก ตอน 1 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 4 (คลิกที่นี่)
มู่หลาน  ตอน 5 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 6 (คลิกที่นี่)


มู่หลาน  ตอน 8 (คลิกที่นี่)



เพลงประกอบตอนจบ (คลิกที่นี่)
เพลงประกอบ 问月 (คลิกที่นี่) 

ซีรีย์เรื่องนี้แพร่ภาพในจีนปี 2013
และกำลังแพร่ภาพทางไทยพีบีเอส 2015  เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น. โดยประมาณ

ดูหนังเรื่องนี้ภาคภาษาจีนทางยูทูป ที่ลิงค์นี้ (คลิกที่นี่)


พากย์ไทย ที่คุณ naruto_multiThree อัพไว้ในยูทูปหลังไทยพีบีเอสออกอากาศ  (ดูได้ที่นี่) 




ดูทางยูทูป เสียงภาษาจีน มีซับอังกฤษ (ไม่ได้เรียงตอน) ไปที่ลิงค์นี้ (ที่นี่)
...............................    



ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกและความคิดเห็นตั้งแต่ตอนที่ 1 -  ตอนปัจจุบัน  
Flag Counter @@@............

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2558

มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน เจาะสาระ 6 แง่คิด รบเพื่ออะไร

มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน ซีรียส์จีน เวอร์ชั่น 2013 

花木兰传奇  The Legend of Hua Mulan

การได้ดูหนังดีสักเรื่อง เหมือนได้อ่านหนังสือดีหลายเล่ม 

เขียนโดย สุวรรณา สนเที่ยง 张碧云

แม้ตาจะบอด ชีวิตก็ยังมีความหมาย

รบเพื่ออะไร  
แนวคิดที่แตกต่างเกี่ยวกับการทำสงครามเพื่อชาติ 
ระหว่างองค์ชายตัวหลุน กับ จินฉานจื่อ
ตัวหลุน "การใช้กำลังยึดครองดินแดนชนเผ่าอื่น จะต่างอะไรกับโจรเล่า"
         
        ชีวิตของมู่หลานซวยซ้ำซวยซาก เกือบถูกตัดหัว ย้อมผ้าจนโดนพิษมือสั่น แม่ถูกจับติดคุก คนที่ชอบถูกจับติดคุก โดนควันพิษตาบอด  ยังซวยไม่พอ  ยังมีวิบากรรมต่อไปอีก  จนพระเอกบอกนางเอกว่า มีแต่เรื่องโชคร้าย ให้ถอนตัวจากการทำผ้าปักเพื่อความปรองดองนั้นเถอะ
        ผู้เขียนบทสร้างให้บทของ มู่หลาน เริ่มจากช่างปักผ้าธรรดาที่หน้าตาไม่ได้งดงามอะไร  เป็น "ลูกยอดกตัญญู"  กลายเป็น  "ยอดคน" -- "ยอดทรหด"  -- "ยอดไม่กลัวตาย" จนกระทั่งถึง "ยอดนักรบหญิง"  ...........
        ตามเรื่อง พระเอกองค์ชายตัวหลุนเป็นแม่ทัพที่รบเก่งของแคว้นโหยวหยานที่กล้าหาญ  วางแผนการรบเก่ง  เคยยกกองทัพม้าของเขาไปปราบชนเผ่าต่างๆ ทางเหนือจนราบคาบมาแล้ว  
        พระเอก (ในบทขององค์ชายตัวหลุน) จะเป็นตัวแทนความคิดที่เริ่มตั้งคำถามว่า จำเป็นต้องทำสงครามหรือไม่  ชอบธรรมหรือไม่  รบทำไม  เพื่ออะไร  ทำลายล้างชีวิตผู้บริสุทธิ์ชีวิตของชาวหวู่เฟิ่งกู่ไปทำไมกัน  อะไรคือนิยามของการรักชาติที่แท้จริง  จะสร้างชาติอย่างไรให้เข้มแข็ง  ซึ่งขัดแย้งกับแนวคิดของ จินฉานจื่อ (กุนซือคนสนิทของพ่อพระเอก) ที่ต้องใช้กำลังไปยึดครองดินแดน เหยียบฝ่ายตรงข้ามให้ราบคาบ
        ในตอนต่อๆ ไป คนที่น่าเห็นใจน่าสงสารที่สุดจะไม่ใช่มู่หลานแล้ว   แต่จะไปโฟกัสอยู่ที่ "องค์ชายตัวหลุน" (พระเอกที่โดนกดดันและโดนด่าทั้งจากทั้งฝ่ายชาติตัวเองและจากฝ่ายชาวเว่ย
        ดีแลนกัว หรือ กวอผิ่นเชา 郭品超 ดาราชายไต้หวันที่แสดงเป็นองค์ชายตัวหลุน สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของความขัดแย้งในจิตใจของ "ตัวหลุน" ออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก  ทั้งจากสีหน้า แววตา  การใช้ท่ามือ  และท่าทาง  เรียกความรู้สึกคล้อยตามจากคนดูได้มาก  ดารานำแสดงคนอื่นๆ ก็แสดงได้ดีมากเช่นกัน  ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนดูรู้สึกอินและคิดไปตามหนัง
        ส่วนเรื่องปักผ้า  เน้นความมั่งคั่งของชาวเว่ยนั้นสร้างขึ้นจากภูมิปัญญาด้านการทอผ้าปักผ้าจนกลายเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่ส่งออกขายไกลถึงต่างประเทศโดยผ่านเส้นทางสายไหม  ทำให้พระเอกได้แนวคิดใหม่ในการพัฒนาชนเผ่าของตน   
       เรื่องบุญคุณความแค้น ความผูกพันระหว่างพระเอกนางเอก ปูพื้นให้คนดูเห็นถึงความโหดร้ายของสงคราม 

เนื้อเรื่องย่อ  ตอนนี้เข้มข้น (ดูเรื่องก่อนหน้า คลิกที่นี่)
อ่านเรื่องเดิม เจาะลึก มู่หลาน ตอนที่ 1 (คลิกที่นี่)           

ถึงตาจะบอด ชีวิตก็ยังมีความหมาย
หลังจากที่นางเอกโดนถุงควันพิษของชาวโหยวหยานจนตาบอด  มั่วเจี้ยง(莫将)พระเอกไปเยี่ยมมู่หลาน  แต่มู่หลานปิดประตูไม่อยากพบใครทั้งสิ้น 
มั่วเจี้ยงปลอบใจนางว่า  เจ้าจำได้มั้ย  ข้าเคยบอกเจ้า (ตอนมือสั่นปักผ้าไม่ได้) ว่า ในโลกนี้ยังมีเรื่องดีๆ ที่รอให้เราไปสัมผัสอีกมากมาย 
มู่หลานตอบว่า  ข้ามองไม่เห็นอะไรอีกแล้ว  ต่อให้งดงามยังไง  ก็ไม่เกี่ยวกับข้าแล้ว ( ก็ไม่มีความหมายสำหรับข้าอีกแล้ว – พูดแบบท้อแท้ หมดอาลัยตายอยาก ไม่คิดจะสู้อีกแล้ว ) 
          มั่วเจี้ยงจึงกลับไปเอาเครื่องดนตรีที่เรียกว่า "พิณหัวหมาป่า" มานั่งสีที่หน้าห้องของมู่หลาน
มู่หลานได้ยินเสียงดนตรี  รู้สึกสัมผัสได้ถึงความงดงามของธรรมชาติผ่านเสียงที่มั่วเจี้ยงสีผ่านเครื่องดนตรี  ทำให้นางรู้สึกว่าถึงตาจะมองไม่เห็นแล้ว แต่ยังสัมผัสกับสิ่งดีๆ ในโลกนี้ได้อีก  
มั่วเจี้ยงจึงบอกว่าถ้ามู่หลานชอบ ก็จะมาสีให้ฟังทุกวัน  มู่หลานพูดว่า  เสียดายที่เจ้าไม่ใช่ชาวหวู่เฟิ่งกู่  สักวันหนึ่งก็ต้องจากไป (พระเอกอึ้ง – ดีที่นางเอกตาบอดไม่เห็นสีหน้าพระเอกตอนนั้น  และเสียงพิณของพระเอกนี้จะกลายเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ผูกพันคนสองคนเข้าด้วยกัน  จนกระทั่งกลายเป็นตัวที่มีส่วนทำให้ทั้งสองรบแพ้รบชนะในศึกชิงเมืองในเวลาต่อมา )
คำพูดหนึ่งที่มั่วเจี้ยงปลอบใจมู่หลานตอนตาบอด ก็คือคำว่า "แล้วทุกอย่างก็จะผ่านไป"   
ย่าของ จู้จื่อ (เพื่อนบ้าน) ที่ร้องไห้จนตาบอดเพราะสมาชิกครอบครัวเธอตายในสนามรบระหว่างเว่ยกับโหยวหยานมากถึง 7 คน  ก็มาปลอบใจมู่หลาน ทำอาหารมาให้กินด้วย  นางปลอบใจมู่หลานว่าถึงตาบอดแต่ย่าก็ยังทำอาหารได้  ปะเย็บผ้าได้  และทำอะไรได้อีกหลายอย่าง  ย่าบอดของจู้จื่อสอนวิธีใช้ชีวิตแบบคนตาบอดให้มู่หลาน  เช่น ใช้มือ ใช้เท้า ใช้ใจในการสัมผัสสิ่งต่างๆ ทำให้มู่หลานเริ่มปรับตัวได้  โดยมีพ่อมู่หลานคอยให้กำลังใจตลอดว่าลูกต้องทำได้ทั้งที่แอบร้องไห้ลับหลังลูก
ส่วนมู่หลานก็มุ่งมั่นฝึกใช้ชีิวตแบบคนตาบอด จนกระทั่งสามารถปักผ้าได้โดยที่ตามองไม่เห็น ใช้ประสาทสัมผัสอื่นแทน (ส่วนนี้เวอร์ไป)
แม่ทัพเซียชี่เฉิน(谢弃尘  แม่ทัพฝ่ายเว่ยมาขอร้องให้มั่วเจี้ยงช่วยหายาแก้พิษให้มู่หลาน   เพราะท่านหมอลัวพิสูจน์ตัวยาแล้วบอกว่าเป็นยาถุงควันพิษที่มาเกาเชอ (มั่วเจี้ยงอ้างว่าตัวเองเป็นชาวเกาเชอ) ในเมื่อมั่วเจี้ยงเป็นชาวเกาเชอ ก็น่าจะช่วยหายาแก้พิษชนิดนี้ได้
           มั่วเจี้ยงปฏิเสธ  บอกว่าตนหายาแก้พิษไม่ได้ 

          ท่านหมอหลัว (หลัวเจา) บอกกับ เสี่ยวซันจื่อ (เด็กผู้ช่วยในร้านหมอ) ว่า ในหมู่บ้านเรามีคนโหยวหยานปลอมตัวเข้ามา  และอีกไม่นานคนๆ นั้นคงต้องแสดงพิรุธให้เห็นแน่    
          หวู่เฟิ่งกู่เกิดมีใบปลิวรูปดอกซินหยี่ที่ระบุว่าสิ่งนี้จะนำความหายนะมาให้กับคนที่เกี่ยวข้องว่อนไปทั่ว  จนทำให้ช่างปักผ้าทุกคนกลัวไม่กล้าปักดอกซินหยี
          มู่หลานที่ตาบอดอยู่จึงใช้ผ้าที่มีดอกซินหยีปักไว้คลุมไหล่แล้วเดินออกจากบ้านไปหอปักผ้าเพื่อแสดงให้ชาวบ้านดูว่านางไม่กลัว  ( ตั้งใจจะบอกชาวบ้านว่าอย่ากลัวการข่มขู่) 
          มั่วเจี้ยงมาเห็นภาพความกล้าหาญไม่กลัวตายของนาง  รู้สึกกดดันยิ่งขึ้น  วิ่งกลับที่พักใช้ดาบฟันโน่นฟันนี่ระบายอารมณ์เครียด
           แม่ทัพเซี่ยถามมู่หลานว่าไม่กลัวตายหรือ  มู่หลานบอกว่าไม่กลัว แม่ทัพเซี่ยบอกว่า ตอนนี้ศัตรูอยู่ในที่ลับเราอยู่ในที่แจ้ง (敌在暗我在明)  ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก  มู่หลานจึงได้ความคิดว่า "ถ้างั้นทำไมเราไม่ทำให้ศัตรูมองไม่เห็นเราบ้างล่ะ"  แม่ทัพเซียถามว่า "เจ้ามีแผนการอะไรหรือ" (ตรงนี้หนังอุบไว้ก่อนว่าสองคนนี้วางแผนทำอะไร) 

           มั่วเจี้ยง (องค์ชายตัวหลุนที่ปลอมตัวมา) ทนเห็นมู่หลานเจ็บปวดเพราะตาบอดต่อไปอีกไม่ได้   ตัดสินใจขี่ม้าฝ่าด่านหวู่เฟิ่งกู่ออกไป   จึงถูกแม่ทัพเซี่ยติดหมายจับทั่วเมือง  นึกว่าเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการตายของซือเหนียง และเป็นคนปล่อยใบปลิวดอกซินหยีเขย่าขวัญชาวบ้าน
        
          แนวคิดที่ขัดแย้งกัน 
          มั่วเจี้ยง (องค์ชายตัวหลุน) ควบม้ากลับไปโหยวหยานเพื่อเอายาแก้พิษควันให้มู่หลาน
          จินฉานจื่อ (金蚕子)  อำมาตย์คนสนิทของพ่อพระเอกขัดขวาง และบอกกับตัวหลุนว่าการที่เขาส่งตัวหลุนไปทำงานในหวู่เฟิ่งกู่ครั้งนี้  เพราะต้องการให้เขาใช้โอกาสนี้สร้างผลงานเพื่อขึ้นเป็นข่านในอนาคตได้อย่างสง่างาม  แต่ตัวหลุนตอบว่าเขาไม่เคยสนใจตำแหน่งข่านเลย (ไม่ต้องการอำนาจและไม่ต้องการจะชิงกับองค์ชายใหญ่)  
          จินฉานจื่อบอกว่า  แต่ข้าได้วางแผนทุกย่างให้เจ้าขึ้นเป็นข่านไว้แล้ว  ข้าเสียใจที่เจ้าปล่อยโอกาสทำลายแผนปักผ้าปรองดองผ่านไปเพื่อผู้หญิงจงหยวนเพียงคนเดียว  เขาถามตัวหลุนว่ายังจำคำสอนของเขาเกี่ยวกับสิ่งต้องห้ามของคนที่จะทำการใหญ่ได้หรือไม่  ตัวหลุนผิดข้อห้ามที่ว่า "ควบคุมอารมณ์ความรักไม่ได้" 
          ฉากนี้  สะท้อนถึงแนวคิดที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับการทำสงครามเพื่อชาติ  โดยตัวหลุนเป็นตัวแทนความคิดที่ไม่เห็นด้วยกับการรบเพื่อแย่งชิงดินแดน เพื่อครอบครองทรัพยากรของอีกฝ่าย


(ภาพประกอบ เหล่าซือแคปจากยูทูป)   ในภาพ คำพูดของตัวหลุน  为了柔然  แปลว่า ทำเพื่อโหยวหยาน

         ในตอนนี้ (ตอนที่ 11 ในเวอร์ชั่นภาษาจีน)  มีการปะทะคารมระหว่าง จินฉานจื่อ กับ องค์ชายตัวหลุนอย่างดุเดือด
         ตัวหลุนถามว่า  มีเรื่องหนึ่งที่ข้าไม่เข้าใจ  ทำไมเรา (โหยวหยาน) จะต้องรบกับชาวเว่ย ?
         เขาเห็นว่า การใช้กำลังเข้าพิชิตแคว้นเว่ย  รังแต่จะทำให้ชาวเว่ยเกิดการต่อต้านยิ่งขึ้น  การพิชิตแบบนี้มีความหมายอะไรกันแน่ 
         จินฉานจื่อ พูดว่า แคว้นเว่ยอยู่ที่ที่ตั้งที่ภูมิอากาศอบอุ่น  ภูมิประเทศงดงาม (อุดมสมบูรณ์) เจ้าว่ามันไม่มีความหมายได้ยังไง 
         ตัวหลุนพูดว่า  ถ้าแผ่นดินทุกตารางนิ้ว  ได้มาด้วยการใช้มีดดาบเลือดเนื้อและชีวิตเข้าแลก ........
         จินฉานจื่อพูดว่า  ขอแต่เราพิชิตแผ่นดินจงหยวนได้  ทรัพย์สมบัติพวกนั้นก็จะตกเป็นของเราทั้งหมด
         (他们的财富都是我们的。财富 = ทรัพย์สมบัติ )


           ตัวหลุนพูดว่า ถ้างั้นเราจะต่างอะไรกับโจรล่ะ  ทำไมเราไม่หาทางอยู่ร่วมกันอย่างสันติตลอดไป ?
           จินฉานจื่อตอบว่า  แล้วพวกเว่ยก็ไม่ใช่โจรด้วยหรอกหรือ ? ( อ้าว ยอมรับว่าตัวเองเป็นโจรเสียแล้ว.........)
              难道魏国就不是强盗吗?
           ถ้าใช้สำนวนภาษาจีนอย่างนี้  "หรือว่าแคว้นเว่ยก็ไม่ใช่โจรหรอกหรือ"  ก็หมายถึง (เราเป็นโจร) แล้วพวกนั้นก็ไม่ใช่โจรหรือ ( เป็นสำนวนที่ใช้ย้ำว่า ก็โจรเหมือนกันแหละ)  
           จินฉานจื่อพูดว่า  เจ้าอย่าลืมฐานะของตัวเองที่เป็นองค์ชายโหยวหยานนะ
           ตัวหลุนตอบว่า ก็เพราะข้าเป็นองค์ชายของโหยวหยาน  ข้าจึงต้องคิดใคร่ครวญทบทวนใหม่ หลายปีมานี้ การรบนำมาซึ่งการล้มตายและหายนะ  ทรัพย์สินไพร่พลของเราลดลงเรื่อยๆ ....   และครั้งนี้ ข้าเชื่อว่าความคิดของตัวเองถูกต้อง
           จินฉานจื่อ บอกว่า ตัวหลุนถูกนางมารชาวเว่ยยุยงปลุกปั่น  จึงมีความคิดที่เป็นอันตรายต่อชนเผ่าโหยวหยาน  สั่งทหารคุมตัวหลุนไปขังไว้  ไม่ให้กลับไปหวู่เฟิ่งกู่อีก  
           ( ** ลวี่เหลียงเหว่ย ดาราฮ่องกงแสดงบท จินฉานจื่อ ได้ยอดเยี่ยมมาก**)
        
           จินฉานจื่อ  มีลูกสาวคนหนึ่งที่เติบโตมาพร้อมกับองค์ชายของโหยวหยาน ชื่อ  เฮ่อหุง  เธอหลงรักตัวหลุนมาก  แต่ตัวหลุนรักเธอเหมือนน้อง  จินฉานจื่อบอกลูกสาวว่า เขาตั้งใจจะให้ลูกสาวได้แต่งงานกับข่านองค์ต่อไปของโหยวหยาน  ที่ผ่านมาเขาจึงสนับสนุนตัวหลุนมาโดยตลอด (ทั้งที่ตัวหลุนเป็นองค์ชายรอง)  แต่ตอนนี้ตัวหลุนถูกนางมารชื่อฮวามู่หลานที่จงหยวน (เว่ย) ทำเสน่ห์และยุยงปลุกปั่น  ให้เฮ่อหุงไปใช้ไม้อ่อนเกลี้ยกล่อมตัวหลุนให้กลับใจ
           เหยว่ซู่  องครักษ์คนสนิทของตัวหลุนมาช่วยและเอายาแก้พิษมาให้  ตัวหลุนจึงหนีออกจากโหยวหยานกลับมาที่หวู่เฟิ่งกู่อีกกครั้ง
.....................
ฝั่งหมู่บ้านที่มู่หลานอยู่  
           ลูกน้องมั่วเจี้ยงถูกจับ  ท่านหมอหลัวพบมีแร่เหล็กเหลือง (ที่เคยหายไปทำให้ย้อมใยไหมสีเหลืองไม่ได้) อยู่ในอานม้าของลูกน้องมั่วเจี้ยง  จึงเอาไปให้มู่หลาน  ทำให้มู่หลานเสียใจมากที่เพิ่งรู้ความจริงว่า  มั่วเจี้ยงนี่เองที่อยู่เบื้องหลังขัดขวางการปักผ้าปรองดอง  เสียทีที่นางไว้เนื้อเชื่อใจ (นางจึงบึ้งตึงเย็นชาเมื่อเจอหน้ามั่วเจี้ยงในเวลาต่อมา)  
......................    
           องค์ชายตัวหลุน (มั่วเจี้ยง) เอายาแก้พิษมาให้มู่หลาน  หลังจากนางได้ยาแล้วก็ทำให้ตาทั้งสองสาสมารถมองเห็นได้อีกครั้ง  แถมยังได้ของแถมมาคือ  ความสามารถพิเศษที่มองเห็นสิ่งต่างๆ ในที่มืดได้เหมือนตอนกลางวัน (ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้นางมองเห็นข้าศึกตอนกลางคืนตอนนางออกรบ)
           แต่นางแค้นพระเอกที่หลอกลวง  จึงไม่กล่าวขอบคุณพระเอกที่เอายามาให้แม้แต่คำเดียว และไม่พูดด้วยเลย
..........................................
เกร็ดความรู้ภาษาจีนจากเหล่าซือสุวรรณาวันนี้
การใช้  难道 ในการย้อนถาม ( ใช้เพื่อยืนยัน )
难道魏国就不是强盗吗?
 "หรือว่าแคว้นเว่ยไม่ใช่โจรหรอกหรือ"  
 ถ้าใช้สำนวนภาษาจีนอย่างนี้ ก็หมายถึง (เราเป็นโจร) แล้วพวกนั้นก็ไม่ใช่โจรหรือ ( เป็นสำนวนที่ใช้ย้ำว่า ก็โจรเหมือนกัน)
强盗  โจร
ตัวอย่างอีกประโยคนะคะ 
难道你不知道吗?
คุณไม่รู้หรอกหรือ (เจตนาต้องการจะสื่อว่า คุณน่าจะรู้นะ) 
#难道 เป็นคำหนึ่งที่พบออกสอบบ่อยในข้อสอบ #PAT7.4 
  
他们的财富都是我们的。
财富                ทรัพย์สมบัติ 
他们的财富  ทรัพย์สมบัติของพวกเขา
都是我们的  จะเป็นของเราทั้งหมด



เกร็ดภาษาจีนน่ารู้  เพิ่มเติม (คลิกอ่านที่นี่) 

เจาะลึก มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน ซีรีย์จีน ตอน 1 花木兰传奇观后感 ตอนแรก (คลิกที่นี่)
 เนื้อเรื่องย่อ  สาระ วัฒนธรรม ภาษา สำนวนจีน

อ่าน มู่หลาน เจาะลึก ตอน 1 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 4 (คลิกที่นี่)
มู่หลาน  ตอน 5 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 6 (คลิกที่นี่)


มู่หลาน  ตอน 8 (คลิกที่นี่)



เพลงประกอบตอนจบ (คลิกที่นี่)
เพลงประกอบ 问月 (คลิกที่นี่) 

ซีรีย์เรื่องนี้แพร่ภาพในจีนปี 2013
และกำลังแพร่ภาพทางไทยพีบีเอส 2015  เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น. โดยประมาณ

ดูหนังเรื่องนี้ภาคภาษาจีนทางยูทูป ที่ลิงค์นี้ (คลิกที่นี่)


พากย์ไทย ที่คุณ naruto_multiThree อัพไว้ในยูทูปหลังไทยพีบีเอสออกอากาศ  (ดูได้ที่นี่) 




ดูทางยูทูป เสียงภาษาจีน มีซับอังกฤษ (ไม่ได้เรียงตอน) ไปที่ลิงค์นี้ (ที่นี่)
...............................    



ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกและความคิดเห็นตั้งแต่ตอนที่ 1 -  ตอนปัจจุบัน
Flag Counter @@@............

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558

มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน เจาะสาระ 5 ภาษา สำนวนจีน ศัตรูอยู่ในที่มืด

มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน ซีรีส์จีน เวอร์ชั่น 2013 

花木兰传奇  The Legend of Hua Mulan

การได้ดูหนังดีสักเรื่อง เหมือนได้อ่านหนังสือดีหลายเล่ม 
ตอนนี้ได้สาระและแง่คิดอะไรบ้าง

เขียนโดย สุวรรณา สนเที่ยง 张碧云
2 ตุลาคม 2015

เนื้อเรื่องย่อ (ต่อจากตอนที่แล้ว ดูเรื่องก่อนหน้า ตอน 4 คลิกที่นี่)




แม่ทัพเซียชี่เฉิน(谢弃尘)สั่งปล่อยเจี่ยยวิน (แม่มู่หลาน) จากคุก พ้นข้อสงสัยว่าเป็นคนฆ่าซือเหนียง ((丝娘 แม่ของฝูหลิง) เนื่องจากสืบทราบว่าซือเหนียงตายด้วย "เข็ม" เล่มหนึ่งที่ซัดมาจากนอกห้อง  แม่ทัพเซี่ยเริ่มรู้สึกมืดแปดด้าน 
          ส่วนพระเอกมั่วเจี้ยง(莫将)ของเรื่องก็นึกว่าเข็มบินนี้จะเกี่ยวข้องกับคนที่เขาต้องการตามหา (คนที่อยู่เบื้องหลังดอกซินหยีซึ่งส่งสัญญาณว่าจะร่วมมือกับแคว้นโหยวหยานโจมตีแคว้นเว่ย)  จึงไปหาเบาะแสจากร้านตีเหล็กทำเข็มจนถูกแม่ทัพเซียจับไปขังเพราะสงสัยว่ามั่วเจี้ยงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของซือเหนียง
          มู่หลานไปขอแม่ทัพเซียเข้าเยี่ยมมั่วเจี้ยง  และเห็นว่ามั่วเจี้ยงไม่น่าจะเป็นคนเลว  แม่ทัพเซียอนุญาต
ฉากเยี่ยมคุกนี้  เป็นฉากหนึ่งที่ทั้งพระเอกและนางเอกเริ่มแสดงความรู้สึกที่มีต่อกันอย่างจริงใจ  หลังจากเรื่องร้ายๆ ในหวู่เฟิ่งกู่ทำให้มั่วเจี้ยงประทับใจนิสัยที่เด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น กล้าหาญ กตัญญูของมู่หลานจนเกิดเป็นความชื่นชม ความรัก  เขาเริ่มสัมผัสได้ถึงความจริงใจของเด็กสาวคนนี้และชาวเว่ย  เริ่มคลายความเป็นปรปักษ์ต่อชาวเว่ยลง (ความคิดเดิมเริ่มเปลี่ยน)
พระเอกบอกมู่หลานว่า ไม่ต้องห่วง  เขาอยู่ในคุกสบายดี  อีกไม่นานแม่ทัพเซี่ยก็คงปล่อยเขาออกไป   เช่นเดียวกันที่เคยจับมู่หลาน กับ แม่มู่หลาน มาขังคุก (ว่าแม่ทัพเซี่ยจับแพะผิดมาหลายรายแล้ว   นี่ก็แพะอีกแหละ ผู้ร้ายตัวจริงก็ยังลอยนวลอยู่ )
พระเอกถามผ่านลูกกรงไม้ในคุกว่า มือเจ้าเป็นไงบ้าง  
นางเอกตอบว่าหายดีแล้ว กลับไปทอผ้าปักผ้าได้เหมือนเดิมแล้ว  พระเอกรู้สึกดีขึ้น (เกือบทำมือนางพิการ หมดอนาคตเสียแล้ว เพราะช่างปักผ้าฝีมือดีในยุคนั้น เป็นคนที่หายาก เป็นอาชีพที่สร้างความมั่งคั่งให้กับครอบครัวและเศรษฐกิจของชาติ)
พระเอกพูดว่า "ได้ยินว่าช่างปักฝีมือดีไม่ดี ดูได้จากมือของพวกนาง  ข้าขอดูมือของเจ้าหน่อยได้มั้ย"  
มู่หลานส่งมือผ่านลูกกรงไปให้ดู  พระเอกยื่นมือออกจากลูกกรงกุมมือของนางไว้  ทั้งสองนิ่งไม่มีบทพูด  แต่แสดงออกทางสีหน้าท่าทางว่าทั้งสองได้ส่งผ่านความรักความห่วงใยที่ลึกซึ้ง นั้นผ่านมือที่กุมเอาไว้ 
ฉากนี้เป็นฉากหนึ่งที่ฝังใจทั้งคู่จนตัดใจให้ขาดจากกันไม่ได้  ฆ่ากันไม่ลงเมื่อต้องถูกกดดันอย่างหนักและยามเผชิญหน้ากันในสนามรบในตอนศึกสองแคว้น

เรื่องร้ายก็เกิดกับมู่หลานอีก ตอนนางกลับจากเยี่ยมคุก  ระหว่างทางถูกลูกน้องของพระเอกขว้างถุงควันพิษใส่หมายเอาชีวิต  (พวกลูกน้องทำเพื่อช่วยพระเอก  เพื่อทำให้แม่ทัพเซี่ยรู้ว่าคนร้ายที่ฆ่าซือเหนียงไม่ใช่มั่วเจี้ยง จะได้ปล่อยเขาออกจากคุก)
มู่หลานโชคดีไม่ตาย  แต่ควันพิษทำให้นางตาบอด (คราวนี้พิการเลย)
แม่ทัพเซี่ยเอาข่าวการเกิดเรื่องร้ายกับมู่หลานไปบอกมั่วเจี้ยงในคุก  และปล่อยตัวเขาออกมาพร้อมกับส่งคนสะกดรอยตาม 
มู่หลานเสียใจมากที่เพิ่งจะหายจากอาการมือสั่น  ผีซ้ำด้ำพลอย ซวยซ้ำซวยซ้อน ต้องมาตาบอดอีก  กลายเป็นคนพิการที่ทำงานทอปักไม่ได้อีกแล้ว  เธอไม่ต้องการให้แม่รู้  กลัวแม่จะไม่มีสมาธิทำงานปักผ้า 
          พระเอกโกรธจัด  อาละวาดลงโทษ "ต้าน่า" ( 大那 คนที่ จินฉานจื่อ – อมาตย์ของแคว้นพระเอก ส่งมาให้คอยรายงานพฤติกรรมของพระเอก - ตัวละครคนนี้ต่อไปจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยจินฉานจื่อทำร้ายพระเอกเพื่อชิงอำนาจ ) และไล่เขากลับไป  
พระเอกต้องการยาแก้พิษไปช่วยมู่หลานจากลูกน้องคนที่เหลือ - เส้อหลุน  เส้อหลุนบอกว่ายาแก้พิษ “ต้าน่า” เอากลับไปแล้ว 
เส้อหลุน - องครักษ์ เสี่ยงตายคุกเข่าทูลว่า  ถ้าองค์ชายเอายาแก้พิษไปให้ตอนนี้  ก็เท่ากับเป็นการเปิดเผยฐานะที่แท้จริงของพวกเรา ( เป็นสายสืบของฝ่ายตรงข้าม - แม่ทัพเซียจับไปประหารแน่ ตายกันหมดสิคราวนี้ )  องค์ชายอย่าลืมว่าที่พวกเรามาครั้งนี้   เพื่อต้องการมาหาคนที่อยู่เบื้องหลังดอกซินหยีเพื่อเตรียมการรบกับพวกเว่ย  องค์ชาทรงกริ้วขนาดนี้เพียงเพราะฮวามู่หลานที่เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งของจงหยวน  องค์ชายอย่าลืมชนเผ่าโหยวหยานของเรา  ท่านเป็นถึงองค์ชายแคว้นโหยวหยาน  ผู้หญิงในโลกนี้ท่านต้องการเท่าไหร่ก็ได้   ทำไมเพื่อ ฮวามู่หลาน คนเดียว  ถึงกับต้องทำให้ท่านข่านผิดหวัง (ท่านข่าน - พ่อพระเอก) และทำสิ่งที่เป็นผลเสียต่อผลประโยชน์ของชาวโหยวหยานเราด้วย  ขอให้องค์ชายทรงไตร่ตรอง
คำพูดของลูกน้องฉากนี้กดดันพระเอกมาก  ทำให้พระเอกทำหน้าคิดหนัก
คำพูดเส้อหลุน  เป็นการพูดจากมุมมองของชาวโหยวหยานที่รักชาติเหมือนกัน  ในประวัติศาสตร์  ก็มีฮ่องเต้  แม่ทัพ หลายคนคนที่ต้องพ่ายแพ้เพราะเรื่องผู้หญิง  ถ้าพระเอกทำเพื่อมู่หลาน  ชนเผ่าของเขาก็จะมองเขาเป็นคนที่ยอมเสียผลประโยชน์ของชนเผ่าเพราะผู้หญิงคนเดียว      
พระเอกในฉากนี้  ในใจเต็มไปด้วยความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ของชาติกับความรักส่วนตัว 

ขอบคุณทุกท่านที่คลิกเข้ามาอ่าน
ขอบคุณกูเกิลที่เอื้อเฟื้อพื้นที่ในการแบ่งปันสิ่งที่คิดและทำ
..............................................

สำนวนจีนจากเหล่าซือสุวรรณาวันนี้


สำนวนจีน 成语
敌暗我明 
ศัตรูอยู่ในที่ลับ เราอยู่ในที่แจ้ง
(คำนาม)  ศัตรู 
暗  (คำวิเศษณ์) มืด ตรงข้ามกับคำว่า สว่าง 
我  (คำนาม) เรา 
明  (คำวิเศษณ์) แจ้ง  สว่าง  เปิดเผย  ชัด



เจาะลึก มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน ซีรีย์จีน ตอน 1 花木兰传奇观后感 ตอนแรก (คลิกที่นี่)


 เนื้อเรื่องย่อ  สาระ วัฒนธรรม ภาษา สำนวนจีน

อ่าน มู่หลาน เจาะลึก ตอน 1 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 4 (คลิกที่นี่)
มู่หลาน  ตอน 5 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 6 (คลิกที่นี่)


มู่หลาน  ตอน 8 (คลิกที่นี่)



เพลงประกอบตอนจบ (คลิกที่นี่)
เพลงประกอบ 问月 (คลิกที่นี่) 

ซีรีย์เรื่องนี้แพร่ภาพในจีนปี 2013
และกำลังแพร่ภาพทางไทยพีบีเอส 2015  เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น. โดยประมาณ

ดูหนังเรื่องนี้ภาคภาษาจีนทางยูทูป ที่ลิงค์นี้ (คลิกที่นี่)


พากย์ไทย ที่คุณ naruto_multiThree อัพไว้ในยูทูปหลังไทยพีบีเอสออกอากาศ  (ดูได้ที่นี่) 




ดูทางยูทูป เสียงภาษาจีน มีซับอังกฤษ (ไม่ได้เรียงตอน) ไปที่ลิงค์นี้ (ที่นี่)
...............................    



ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกและความคิดเห็นตั้งแต่ตอนที่ 1 -  ตอนปัจจุบัน    
Flag Counter
 @@@............