วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2558

มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน เจาะสาระ 6 แง่คิด รบเพื่ออะไร

มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน ซีรียส์จีน เวอร์ชั่น 2013 

花木兰传奇  The Legend of Hua Mulan

การได้ดูหนังดีสักเรื่อง เหมือนได้อ่านหนังสือดีหลายเล่ม 

เขียนโดย สุวรรณา สนเที่ยง 张碧云

แม้ตาจะบอด ชีวิตก็ยังมีความหมาย

รบเพื่ออะไร  
แนวคิดที่แตกต่างเกี่ยวกับการทำสงครามเพื่อชาติ 
ระหว่างองค์ชายตัวหลุน กับ จินฉานจื่อ
ตัวหลุน "การใช้กำลังยึดครองดินแดนชนเผ่าอื่น จะต่างอะไรกับโจรเล่า"
         
        ชีวิตของมู่หลานซวยซ้ำซวยซาก เกือบถูกตัดหัว ย้อมผ้าจนโดนพิษมือสั่น แม่ถูกจับติดคุก คนที่ชอบถูกจับติดคุก โดนควันพิษตาบอด  ยังซวยไม่พอ  ยังมีวิบากรรมต่อไปอีก  จนพระเอกบอกนางเอกว่า มีแต่เรื่องโชคร้าย ให้ถอนตัวจากการทำผ้าปักเพื่อความปรองดองนั้นเถอะ
        ผู้เขียนบทสร้างให้บทของ มู่หลาน เริ่มจากช่างปักผ้าธรรดาที่หน้าตาไม่ได้งดงามอะไร  เป็น "ลูกยอดกตัญญู"  กลายเป็น  "ยอดคน" -- "ยอดทรหด"  -- "ยอดไม่กลัวตาย" จนกระทั่งถึง "ยอดนักรบหญิง"  ...........
        ตามเรื่อง พระเอกองค์ชายตัวหลุนเป็นแม่ทัพที่รบเก่งของแคว้นโหยวหยานที่กล้าหาญ  วางแผนการรบเก่ง  เคยยกกองทัพม้าของเขาไปปราบชนเผ่าต่างๆ ทางเหนือจนราบคาบมาแล้ว  
        พระเอก (ในบทขององค์ชายตัวหลุน) จะเป็นตัวแทนความคิดที่เริ่มตั้งคำถามว่า จำเป็นต้องทำสงครามหรือไม่  ชอบธรรมหรือไม่  รบทำไม  เพื่ออะไร  ทำลายล้างชีวิตผู้บริสุทธิ์ชีวิตของชาวหวู่เฟิ่งกู่ไปทำไมกัน  อะไรคือนิยามของการรักชาติที่แท้จริง  จะสร้างชาติอย่างไรให้เข้มแข็ง  ซึ่งขัดแย้งกับแนวคิดของ จินฉานจื่อ (กุนซือคนสนิทของพ่อพระเอก) ที่ต้องใช้กำลังไปยึดครองดินแดน เหยียบฝ่ายตรงข้ามให้ราบคาบ
        ในตอนต่อๆ ไป คนที่น่าเห็นใจน่าสงสารที่สุดจะไม่ใช่มู่หลานแล้ว   แต่จะไปโฟกัสอยู่ที่ "องค์ชายตัวหลุน" (พระเอกที่โดนกดดันและโดนด่าทั้งจากทั้งฝ่ายชาติตัวเองและจากฝ่ายชาวเว่ย
        ดีแลนกัว หรือ กวอผิ่นเชา 郭品超 ดาราชายไต้หวันที่แสดงเป็นองค์ชายตัวหลุน สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของความขัดแย้งในจิตใจของ "ตัวหลุน" ออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก  ทั้งจากสีหน้า แววตา  การใช้ท่ามือ  และท่าทาง  เรียกความรู้สึกคล้อยตามจากคนดูได้มาก  ดารานำแสดงคนอื่นๆ ก็แสดงได้ดีมากเช่นกัน  ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนดูรู้สึกอินและคิดไปตามหนัง
        ส่วนเรื่องปักผ้า  เน้นความมั่งคั่งของชาวเว่ยนั้นสร้างขึ้นจากภูมิปัญญาด้านการทอผ้าปักผ้าจนกลายเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่ส่งออกขายไกลถึงต่างประเทศโดยผ่านเส้นทางสายไหม  ทำให้พระเอกได้แนวคิดใหม่ในการพัฒนาชนเผ่าของตน   
       เรื่องบุญคุณความแค้น ความผูกพันระหว่างพระเอกนางเอก ปูพื้นให้คนดูเห็นถึงความโหดร้ายของสงคราม 

เนื้อเรื่องย่อ  ตอนนี้เข้มข้น (ดูเรื่องก่อนหน้า คลิกที่นี่)
อ่านเรื่องเดิม เจาะลึก มู่หลาน ตอนที่ 1 (คลิกที่นี่)           

ถึงตาจะบอด ชีวิตก็ยังมีความหมาย
หลังจากที่นางเอกโดนถุงควันพิษของชาวโหยวหยานจนตาบอด  มั่วเจี้ยง(莫将)พระเอกไปเยี่ยมมู่หลาน  แต่มู่หลานปิดประตูไม่อยากพบใครทั้งสิ้น 
มั่วเจี้ยงปลอบใจนางว่า  เจ้าจำได้มั้ย  ข้าเคยบอกเจ้า (ตอนมือสั่นปักผ้าไม่ได้) ว่า ในโลกนี้ยังมีเรื่องดีๆ ที่รอให้เราไปสัมผัสอีกมากมาย 
มู่หลานตอบว่า  ข้ามองไม่เห็นอะไรอีกแล้ว  ต่อให้งดงามยังไง  ก็ไม่เกี่ยวกับข้าแล้ว ( ก็ไม่มีความหมายสำหรับข้าอีกแล้ว – พูดแบบท้อแท้ หมดอาลัยตายอยาก ไม่คิดจะสู้อีกแล้ว ) 
          มั่วเจี้ยงจึงกลับไปเอาเครื่องดนตรีที่เรียกว่า "พิณหัวหมาป่า" มานั่งสีที่หน้าห้องของมู่หลาน
มู่หลานได้ยินเสียงดนตรี  รู้สึกสัมผัสได้ถึงความงดงามของธรรมชาติผ่านเสียงที่มั่วเจี้ยงสีผ่านเครื่องดนตรี  ทำให้นางรู้สึกว่าถึงตาจะมองไม่เห็นแล้ว แต่ยังสัมผัสกับสิ่งดีๆ ในโลกนี้ได้อีก  
มั่วเจี้ยงจึงบอกว่าถ้ามู่หลานชอบ ก็จะมาสีให้ฟังทุกวัน  มู่หลานพูดว่า  เสียดายที่เจ้าไม่ใช่ชาวหวู่เฟิ่งกู่  สักวันหนึ่งก็ต้องจากไป (พระเอกอึ้ง – ดีที่นางเอกตาบอดไม่เห็นสีหน้าพระเอกตอนนั้น  และเสียงพิณของพระเอกนี้จะกลายเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ผูกพันคนสองคนเข้าด้วยกัน  จนกระทั่งกลายเป็นตัวที่มีส่วนทำให้ทั้งสองรบแพ้รบชนะในศึกชิงเมืองในเวลาต่อมา )
คำพูดหนึ่งที่มั่วเจี้ยงปลอบใจมู่หลานตอนตาบอด ก็คือคำว่า "แล้วทุกอย่างก็จะผ่านไป"   
ย่าของ จู้จื่อ (เพื่อนบ้าน) ที่ร้องไห้จนตาบอดเพราะสมาชิกครอบครัวเธอตายในสนามรบระหว่างเว่ยกับโหยวหยานมากถึง 7 คน  ก็มาปลอบใจมู่หลาน ทำอาหารมาให้กินด้วย  นางปลอบใจมู่หลานว่าถึงตาบอดแต่ย่าก็ยังทำอาหารได้  ปะเย็บผ้าได้  และทำอะไรได้อีกหลายอย่าง  ย่าบอดของจู้จื่อสอนวิธีใช้ชีวิตแบบคนตาบอดให้มู่หลาน  เช่น ใช้มือ ใช้เท้า ใช้ใจในการสัมผัสสิ่งต่างๆ ทำให้มู่หลานเริ่มปรับตัวได้  โดยมีพ่อมู่หลานคอยให้กำลังใจตลอดว่าลูกต้องทำได้ทั้งที่แอบร้องไห้ลับหลังลูก
ส่วนมู่หลานก็มุ่งมั่นฝึกใช้ชีิวตแบบคนตาบอด จนกระทั่งสามารถปักผ้าได้โดยที่ตามองไม่เห็น ใช้ประสาทสัมผัสอื่นแทน (ส่วนนี้เวอร์ไป)
แม่ทัพเซียชี่เฉิน(谢弃尘  แม่ทัพฝ่ายเว่ยมาขอร้องให้มั่วเจี้ยงช่วยหายาแก้พิษให้มู่หลาน   เพราะท่านหมอลัวพิสูจน์ตัวยาแล้วบอกว่าเป็นยาถุงควันพิษที่มาเกาเชอ (มั่วเจี้ยงอ้างว่าตัวเองเป็นชาวเกาเชอ) ในเมื่อมั่วเจี้ยงเป็นชาวเกาเชอ ก็น่าจะช่วยหายาแก้พิษชนิดนี้ได้
           มั่วเจี้ยงปฏิเสธ  บอกว่าตนหายาแก้พิษไม่ได้ 

          ท่านหมอหลัว (หลัวเจา) บอกกับ เสี่ยวซันจื่อ (เด็กผู้ช่วยในร้านหมอ) ว่า ในหมู่บ้านเรามีคนโหยวหยานปลอมตัวเข้ามา  และอีกไม่นานคนๆ นั้นคงต้องแสดงพิรุธให้เห็นแน่    
          หวู่เฟิ่งกู่เกิดมีใบปลิวรูปดอกซินหยี่ที่ระบุว่าสิ่งนี้จะนำความหายนะมาให้กับคนที่เกี่ยวข้องว่อนไปทั่ว  จนทำให้ช่างปักผ้าทุกคนกลัวไม่กล้าปักดอกซินหยี
          มู่หลานที่ตาบอดอยู่จึงใช้ผ้าที่มีดอกซินหยีปักไว้คลุมไหล่แล้วเดินออกจากบ้านไปหอปักผ้าเพื่อแสดงให้ชาวบ้านดูว่านางไม่กลัว  ( ตั้งใจจะบอกชาวบ้านว่าอย่ากลัวการข่มขู่) 
          มั่วเจี้ยงมาเห็นภาพความกล้าหาญไม่กลัวตายของนาง  รู้สึกกดดันยิ่งขึ้น  วิ่งกลับที่พักใช้ดาบฟันโน่นฟันนี่ระบายอารมณ์เครียด
           แม่ทัพเซี่ยถามมู่หลานว่าไม่กลัวตายหรือ  มู่หลานบอกว่าไม่กลัว แม่ทัพเซี่ยบอกว่า ตอนนี้ศัตรูอยู่ในที่ลับเราอยู่ในที่แจ้ง (敌在暗我在明)  ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก  มู่หลานจึงได้ความคิดว่า "ถ้างั้นทำไมเราไม่ทำให้ศัตรูมองไม่เห็นเราบ้างล่ะ"  แม่ทัพเซียถามว่า "เจ้ามีแผนการอะไรหรือ" (ตรงนี้หนังอุบไว้ก่อนว่าสองคนนี้วางแผนทำอะไร) 

           มั่วเจี้ยง (องค์ชายตัวหลุนที่ปลอมตัวมา) ทนเห็นมู่หลานเจ็บปวดเพราะตาบอดต่อไปอีกไม่ได้   ตัดสินใจขี่ม้าฝ่าด่านหวู่เฟิ่งกู่ออกไป   จึงถูกแม่ทัพเซี่ยติดหมายจับทั่วเมือง  นึกว่าเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการตายของซือเหนียง และเป็นคนปล่อยใบปลิวดอกซินหยีเขย่าขวัญชาวบ้าน
        
          แนวคิดที่ขัดแย้งกัน 
          มั่วเจี้ยง (องค์ชายตัวหลุน) ควบม้ากลับไปโหยวหยานเพื่อเอายาแก้พิษควันให้มู่หลาน
          จินฉานจื่อ (金蚕子)  อำมาตย์คนสนิทของพ่อพระเอกขัดขวาง และบอกกับตัวหลุนว่าการที่เขาส่งตัวหลุนไปทำงานในหวู่เฟิ่งกู่ครั้งนี้  เพราะต้องการให้เขาใช้โอกาสนี้สร้างผลงานเพื่อขึ้นเป็นข่านในอนาคตได้อย่างสง่างาม  แต่ตัวหลุนตอบว่าเขาไม่เคยสนใจตำแหน่งข่านเลย (ไม่ต้องการอำนาจและไม่ต้องการจะชิงกับองค์ชายใหญ่)  
          จินฉานจื่อบอกว่า  แต่ข้าได้วางแผนทุกย่างให้เจ้าขึ้นเป็นข่านไว้แล้ว  ข้าเสียใจที่เจ้าปล่อยโอกาสทำลายแผนปักผ้าปรองดองผ่านไปเพื่อผู้หญิงจงหยวนเพียงคนเดียว  เขาถามตัวหลุนว่ายังจำคำสอนของเขาเกี่ยวกับสิ่งต้องห้ามของคนที่จะทำการใหญ่ได้หรือไม่  ตัวหลุนผิดข้อห้ามที่ว่า "ควบคุมอารมณ์ความรักไม่ได้" 
          ฉากนี้  สะท้อนถึงแนวคิดที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับการทำสงครามเพื่อชาติ  โดยตัวหลุนเป็นตัวแทนความคิดที่ไม่เห็นด้วยกับการรบเพื่อแย่งชิงดินแดน เพื่อครอบครองทรัพยากรของอีกฝ่าย


(ภาพประกอบ เหล่าซือแคปจากยูทูป)   ในภาพ คำพูดของตัวหลุน  为了柔然  แปลว่า ทำเพื่อโหยวหยาน

         ในตอนนี้ (ตอนที่ 11 ในเวอร์ชั่นภาษาจีน)  มีการปะทะคารมระหว่าง จินฉานจื่อ กับ องค์ชายตัวหลุนอย่างดุเดือด
         ตัวหลุนถามว่า  มีเรื่องหนึ่งที่ข้าไม่เข้าใจ  ทำไมเรา (โหยวหยาน) จะต้องรบกับชาวเว่ย ?
         เขาเห็นว่า การใช้กำลังเข้าพิชิตแคว้นเว่ย  รังแต่จะทำให้ชาวเว่ยเกิดการต่อต้านยิ่งขึ้น  การพิชิตแบบนี้มีความหมายอะไรกันแน่ 
         จินฉานจื่อ พูดว่า แคว้นเว่ยอยู่ที่ที่ตั้งที่ภูมิอากาศอบอุ่น  ภูมิประเทศงดงาม (อุดมสมบูรณ์) เจ้าว่ามันไม่มีความหมายได้ยังไง 
         ตัวหลุนพูดว่า  ถ้าแผ่นดินทุกตารางนิ้ว  ได้มาด้วยการใช้มีดดาบเลือดเนื้อและชีวิตเข้าแลก ........
         จินฉานจื่อพูดว่า  ขอแต่เราพิชิตแผ่นดินจงหยวนได้  ทรัพย์สมบัติพวกนั้นก็จะตกเป็นของเราทั้งหมด
         (他们的财富都是我们的。财富 = ทรัพย์สมบัติ )


           ตัวหลุนพูดว่า ถ้างั้นเราจะต่างอะไรกับโจรล่ะ  ทำไมเราไม่หาทางอยู่ร่วมกันอย่างสันติตลอดไป ?
           จินฉานจื่อตอบว่า  แล้วพวกเว่ยก็ไม่ใช่โจรด้วยหรอกหรือ ? ( อ้าว ยอมรับว่าตัวเองเป็นโจรเสียแล้ว.........)
              难道魏国就不是强盗吗?
           ถ้าใช้สำนวนภาษาจีนอย่างนี้  "หรือว่าแคว้นเว่ยก็ไม่ใช่โจรหรอกหรือ"  ก็หมายถึง (เราเป็นโจร) แล้วพวกนั้นก็ไม่ใช่โจรหรือ ( เป็นสำนวนที่ใช้ย้ำว่า ก็โจรเหมือนกันแหละ)  
           จินฉานจื่อพูดว่า  เจ้าอย่าลืมฐานะของตัวเองที่เป็นองค์ชายโหยวหยานนะ
           ตัวหลุนตอบว่า ก็เพราะข้าเป็นองค์ชายของโหยวหยาน  ข้าจึงต้องคิดใคร่ครวญทบทวนใหม่ หลายปีมานี้ การรบนำมาซึ่งการล้มตายและหายนะ  ทรัพย์สินไพร่พลของเราลดลงเรื่อยๆ ....   และครั้งนี้ ข้าเชื่อว่าความคิดของตัวเองถูกต้อง
           จินฉานจื่อ บอกว่า ตัวหลุนถูกนางมารชาวเว่ยยุยงปลุกปั่น  จึงมีความคิดที่เป็นอันตรายต่อชนเผ่าโหยวหยาน  สั่งทหารคุมตัวหลุนไปขังไว้  ไม่ให้กลับไปหวู่เฟิ่งกู่อีก  
           ( ** ลวี่เหลียงเหว่ย ดาราฮ่องกงแสดงบท จินฉานจื่อ ได้ยอดเยี่ยมมาก**)
        
           จินฉานจื่อ  มีลูกสาวคนหนึ่งที่เติบโตมาพร้อมกับองค์ชายของโหยวหยาน ชื่อ  เฮ่อหุง  เธอหลงรักตัวหลุนมาก  แต่ตัวหลุนรักเธอเหมือนน้อง  จินฉานจื่อบอกลูกสาวว่า เขาตั้งใจจะให้ลูกสาวได้แต่งงานกับข่านองค์ต่อไปของโหยวหยาน  ที่ผ่านมาเขาจึงสนับสนุนตัวหลุนมาโดยตลอด (ทั้งที่ตัวหลุนเป็นองค์ชายรอง)  แต่ตอนนี้ตัวหลุนถูกนางมารชื่อฮวามู่หลานที่จงหยวน (เว่ย) ทำเสน่ห์และยุยงปลุกปั่น  ให้เฮ่อหุงไปใช้ไม้อ่อนเกลี้ยกล่อมตัวหลุนให้กลับใจ
           เหยว่ซู่  องครักษ์คนสนิทของตัวหลุนมาช่วยและเอายาแก้พิษมาให้  ตัวหลุนจึงหนีออกจากโหยวหยานกลับมาที่หวู่เฟิ่งกู่อีกกครั้ง
.....................
ฝั่งหมู่บ้านที่มู่หลานอยู่  
           ลูกน้องมั่วเจี้ยงถูกจับ  ท่านหมอหลัวพบมีแร่เหล็กเหลือง (ที่เคยหายไปทำให้ย้อมใยไหมสีเหลืองไม่ได้) อยู่ในอานม้าของลูกน้องมั่วเจี้ยง  จึงเอาไปให้มู่หลาน  ทำให้มู่หลานเสียใจมากที่เพิ่งรู้ความจริงว่า  มั่วเจี้ยงนี่เองที่อยู่เบื้องหลังขัดขวางการปักผ้าปรองดอง  เสียทีที่นางไว้เนื้อเชื่อใจ (นางจึงบึ้งตึงเย็นชาเมื่อเจอหน้ามั่วเจี้ยงในเวลาต่อมา)  
......................    
           องค์ชายตัวหลุน (มั่วเจี้ยง) เอายาแก้พิษมาให้มู่หลาน  หลังจากนางได้ยาแล้วก็ทำให้ตาทั้งสองสาสมารถมองเห็นได้อีกครั้ง  แถมยังได้ของแถมมาคือ  ความสามารถพิเศษที่มองเห็นสิ่งต่างๆ ในที่มืดได้เหมือนตอนกลางวัน (ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้นางมองเห็นข้าศึกตอนกลางคืนตอนนางออกรบ)
           แต่นางแค้นพระเอกที่หลอกลวง  จึงไม่กล่าวขอบคุณพระเอกที่เอายามาให้แม้แต่คำเดียว และไม่พูดด้วยเลย
..........................................
เกร็ดความรู้ภาษาจีนจากเหล่าซือสุวรรณาวันนี้
การใช้  难道 ในการย้อนถาม ( ใช้เพื่อยืนยัน )
难道魏国就不是强盗吗?
 "หรือว่าแคว้นเว่ยไม่ใช่โจรหรอกหรือ"  
 ถ้าใช้สำนวนภาษาจีนอย่างนี้ ก็หมายถึง (เราเป็นโจร) แล้วพวกนั้นก็ไม่ใช่โจรหรือ ( เป็นสำนวนที่ใช้ย้ำว่า ก็โจรเหมือนกัน)
强盗  โจร
ตัวอย่างอีกประโยคนะคะ 
难道你不知道吗?
คุณไม่รู้หรอกหรือ (เจตนาต้องการจะสื่อว่า คุณน่าจะรู้นะ) 
#难道 เป็นคำหนึ่งที่พบออกสอบบ่อยในข้อสอบ #PAT7.4 
  
他们的财富都是我们的。
财富                ทรัพย์สมบัติ 
他们的财富  ทรัพย์สมบัติของพวกเขา
都是我们的  จะเป็นของเราทั้งหมด



เกร็ดภาษาจีนน่ารู้  เพิ่มเติม (คลิกอ่านที่นี่) 

เจาะลึก มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน ซีรีย์จีน ตอน 1 花木兰传奇观后感 ตอนแรก (คลิกที่นี่)
 เนื้อเรื่องย่อ  สาระ วัฒนธรรม ภาษา สำนวนจีน

อ่าน มู่หลาน เจาะลึก ตอน 1 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 4 (คลิกที่นี่)
มู่หลาน  ตอน 5 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 6 (คลิกที่นี่)


มู่หลาน  ตอน 8 (คลิกที่นี่)



เพลงประกอบตอนจบ (คลิกที่นี่)
เพลงประกอบ 问月 (คลิกที่นี่) 

ซีรีย์เรื่องนี้แพร่ภาพในจีนปี 2013
และกำลังแพร่ภาพทางไทยพีบีเอส 2015  เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น. โดยประมาณ

ดูหนังเรื่องนี้ภาคภาษาจีนทางยูทูป ที่ลิงค์นี้ (คลิกที่นี่)


พากย์ไทย ที่คุณ naruto_multiThree อัพไว้ในยูทูปหลังไทยพีบีเอสออกอากาศ  (ดูได้ที่นี่) 




ดูทางยูทูป เสียงภาษาจีน มีซับอังกฤษ (ไม่ได้เรียงตอน) ไปที่ลิงค์นี้ (ที่นี่)
...............................    



ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกและความคิดเห็นตั้งแต่ตอนที่ 1 -  ตอนปัจจุบัน
Flag Counter @@@............

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558

มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน เจาะสาระ 5 ภาษา สำนวนจีน ศัตรูอยู่ในที่มืด

มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน ซีรีส์จีน เวอร์ชั่น 2013 

花木兰传奇  The Legend of Hua Mulan

การได้ดูหนังดีสักเรื่อง เหมือนได้อ่านหนังสือดีหลายเล่ม 
ตอนนี้ได้สาระและแง่คิดอะไรบ้าง

เขียนโดย สุวรรณา สนเที่ยง 张碧云
2 ตุลาคม 2015

เนื้อเรื่องย่อ (ต่อจากตอนที่แล้ว ดูเรื่องก่อนหน้า ตอน 4 คลิกที่นี่)




แม่ทัพเซียชี่เฉิน(谢弃尘)สั่งปล่อยเจี่ยยวิน (แม่มู่หลาน) จากคุก พ้นข้อสงสัยว่าเป็นคนฆ่าซือเหนียง ((丝娘 แม่ของฝูหลิง) เนื่องจากสืบทราบว่าซือเหนียงตายด้วย "เข็ม" เล่มหนึ่งที่ซัดมาจากนอกห้อง  แม่ทัพเซี่ยเริ่มรู้สึกมืดแปดด้าน 
          ส่วนพระเอกมั่วเจี้ยง(莫将)ของเรื่องก็นึกว่าเข็มบินนี้จะเกี่ยวข้องกับคนที่เขาต้องการตามหา (คนที่อยู่เบื้องหลังดอกซินหยีซึ่งส่งสัญญาณว่าจะร่วมมือกับแคว้นโหยวหยานโจมตีแคว้นเว่ย)  จึงไปหาเบาะแสจากร้านตีเหล็กทำเข็มจนถูกแม่ทัพเซียจับไปขังเพราะสงสัยว่ามั่วเจี้ยงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของซือเหนียง
          มู่หลานไปขอแม่ทัพเซียเข้าเยี่ยมมั่วเจี้ยง  และเห็นว่ามั่วเจี้ยงไม่น่าจะเป็นคนเลว  แม่ทัพเซียอนุญาต
ฉากเยี่ยมคุกนี้  เป็นฉากหนึ่งที่ทั้งพระเอกและนางเอกเริ่มแสดงความรู้สึกที่มีต่อกันอย่างจริงใจ  หลังจากเรื่องร้ายๆ ในหวู่เฟิ่งกู่ทำให้มั่วเจี้ยงประทับใจนิสัยที่เด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น กล้าหาญ กตัญญูของมู่หลานจนเกิดเป็นความชื่นชม ความรัก  เขาเริ่มสัมผัสได้ถึงความจริงใจของเด็กสาวคนนี้และชาวเว่ย  เริ่มคลายความเป็นปรปักษ์ต่อชาวเว่ยลง (ความคิดเดิมเริ่มเปลี่ยน)
พระเอกบอกมู่หลานว่า ไม่ต้องห่วง  เขาอยู่ในคุกสบายดี  อีกไม่นานแม่ทัพเซี่ยก็คงปล่อยเขาออกไป   เช่นเดียวกันที่เคยจับมู่หลาน กับ แม่มู่หลาน มาขังคุก (ว่าแม่ทัพเซี่ยจับแพะผิดมาหลายรายแล้ว   นี่ก็แพะอีกแหละ ผู้ร้ายตัวจริงก็ยังลอยนวลอยู่ )
พระเอกถามผ่านลูกกรงไม้ในคุกว่า มือเจ้าเป็นไงบ้าง  
นางเอกตอบว่าหายดีแล้ว กลับไปทอผ้าปักผ้าได้เหมือนเดิมแล้ว  พระเอกรู้สึกดีขึ้น (เกือบทำมือนางพิการ หมดอนาคตเสียแล้ว เพราะช่างปักผ้าฝีมือดีในยุคนั้น เป็นคนที่หายาก เป็นอาชีพที่สร้างความมั่งคั่งให้กับครอบครัวและเศรษฐกิจของชาติ)
พระเอกพูดว่า "ได้ยินว่าช่างปักฝีมือดีไม่ดี ดูได้จากมือของพวกนาง  ข้าขอดูมือของเจ้าหน่อยได้มั้ย"  
มู่หลานส่งมือผ่านลูกกรงไปให้ดู  พระเอกยื่นมือออกจากลูกกรงกุมมือของนางไว้  ทั้งสองนิ่งไม่มีบทพูด  แต่แสดงออกทางสีหน้าท่าทางว่าทั้งสองได้ส่งผ่านความรักความห่วงใยที่ลึกซึ้ง นั้นผ่านมือที่กุมเอาไว้ 
ฉากนี้เป็นฉากหนึ่งที่ฝังใจทั้งคู่จนตัดใจให้ขาดจากกันไม่ได้  ฆ่ากันไม่ลงเมื่อต้องถูกกดดันอย่างหนักและยามเผชิญหน้ากันในสนามรบในตอนศึกสองแคว้น

เรื่องร้ายก็เกิดกับมู่หลานอีก ตอนนางกลับจากเยี่ยมคุก  ระหว่างทางถูกลูกน้องของพระเอกขว้างถุงควันพิษใส่หมายเอาชีวิต  (พวกลูกน้องทำเพื่อช่วยพระเอก  เพื่อทำให้แม่ทัพเซี่ยรู้ว่าคนร้ายที่ฆ่าซือเหนียงไม่ใช่มั่วเจี้ยง จะได้ปล่อยเขาออกจากคุก)
มู่หลานโชคดีไม่ตาย  แต่ควันพิษทำให้นางตาบอด (คราวนี้พิการเลย)
แม่ทัพเซี่ยเอาข่าวการเกิดเรื่องร้ายกับมู่หลานไปบอกมั่วเจี้ยงในคุก  และปล่อยตัวเขาออกมาพร้อมกับส่งคนสะกดรอยตาม 
มู่หลานเสียใจมากที่เพิ่งจะหายจากอาการมือสั่น  ผีซ้ำด้ำพลอย ซวยซ้ำซวยซ้อน ต้องมาตาบอดอีก  กลายเป็นคนพิการที่ทำงานทอปักไม่ได้อีกแล้ว  เธอไม่ต้องการให้แม่รู้  กลัวแม่จะไม่มีสมาธิทำงานปักผ้า 
          พระเอกโกรธจัด  อาละวาดลงโทษ "ต้าน่า" ( 大那 คนที่ จินฉานจื่อ – อมาตย์ของแคว้นพระเอก ส่งมาให้คอยรายงานพฤติกรรมของพระเอก - ตัวละครคนนี้ต่อไปจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยจินฉานจื่อทำร้ายพระเอกเพื่อชิงอำนาจ ) และไล่เขากลับไป  
พระเอกต้องการยาแก้พิษไปช่วยมู่หลานจากลูกน้องคนที่เหลือ - เส้อหลุน  เส้อหลุนบอกว่ายาแก้พิษ “ต้าน่า” เอากลับไปแล้ว 
เส้อหลุน - องครักษ์ เสี่ยงตายคุกเข่าทูลว่า  ถ้าองค์ชายเอายาแก้พิษไปให้ตอนนี้  ก็เท่ากับเป็นการเปิดเผยฐานะที่แท้จริงของพวกเรา ( เป็นสายสืบของฝ่ายตรงข้าม - แม่ทัพเซียจับไปประหารแน่ ตายกันหมดสิคราวนี้ )  องค์ชายอย่าลืมว่าที่พวกเรามาครั้งนี้   เพื่อต้องการมาหาคนที่อยู่เบื้องหลังดอกซินหยีเพื่อเตรียมการรบกับพวกเว่ย  องค์ชาทรงกริ้วขนาดนี้เพียงเพราะฮวามู่หลานที่เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งของจงหยวน  องค์ชายอย่าลืมชนเผ่าโหยวหยานของเรา  ท่านเป็นถึงองค์ชายแคว้นโหยวหยาน  ผู้หญิงในโลกนี้ท่านต้องการเท่าไหร่ก็ได้   ทำไมเพื่อ ฮวามู่หลาน คนเดียว  ถึงกับต้องทำให้ท่านข่านผิดหวัง (ท่านข่าน - พ่อพระเอก) และทำสิ่งที่เป็นผลเสียต่อผลประโยชน์ของชาวโหยวหยานเราด้วย  ขอให้องค์ชายทรงไตร่ตรอง
คำพูดของลูกน้องฉากนี้กดดันพระเอกมาก  ทำให้พระเอกทำหน้าคิดหนัก
คำพูดเส้อหลุน  เป็นการพูดจากมุมมองของชาวโหยวหยานที่รักชาติเหมือนกัน  ในประวัติศาสตร์  ก็มีฮ่องเต้  แม่ทัพ หลายคนคนที่ต้องพ่ายแพ้เพราะเรื่องผู้หญิง  ถ้าพระเอกทำเพื่อมู่หลาน  ชนเผ่าของเขาก็จะมองเขาเป็นคนที่ยอมเสียผลประโยชน์ของชนเผ่าเพราะผู้หญิงคนเดียว      
พระเอกในฉากนี้  ในใจเต็มไปด้วยความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ของชาติกับความรักส่วนตัว 

ขอบคุณทุกท่านที่คลิกเข้ามาอ่าน
ขอบคุณกูเกิลที่เอื้อเฟื้อพื้นที่ในการแบ่งปันสิ่งที่คิดและทำ
..............................................

สำนวนจีนจากเหล่าซือสุวรรณาวันนี้


สำนวนจีน 成语
敌暗我明 
ศัตรูอยู่ในที่ลับ เราอยู่ในที่แจ้ง
(คำนาม)  ศัตรู 
暗  (คำวิเศษณ์) มืด ตรงข้ามกับคำว่า สว่าง 
我  (คำนาม) เรา 
明  (คำวิเศษณ์) แจ้ง  สว่าง  เปิดเผย  ชัด



เจาะลึก มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน ซีรีย์จีน ตอน 1 花木兰传奇观后感 ตอนแรก (คลิกที่นี่)


 เนื้อเรื่องย่อ  สาระ วัฒนธรรม ภาษา สำนวนจีน

อ่าน มู่หลาน เจาะลึก ตอน 1 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 4 (คลิกที่นี่)
มู่หลาน  ตอน 5 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 6 (คลิกที่นี่)


มู่หลาน  ตอน 8 (คลิกที่นี่)



เพลงประกอบตอนจบ (คลิกที่นี่)
เพลงประกอบ 问月 (คลิกที่นี่) 

ซีรีย์เรื่องนี้แพร่ภาพในจีนปี 2013
และกำลังแพร่ภาพทางไทยพีบีเอส 2015  เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น. โดยประมาณ

ดูหนังเรื่องนี้ภาคภาษาจีนทางยูทูป ที่ลิงค์นี้ (คลิกที่นี่)


พากย์ไทย ที่คุณ naruto_multiThree อัพไว้ในยูทูปหลังไทยพีบีเอสออกอากาศ  (ดูได้ที่นี่) 




ดูทางยูทูป เสียงภาษาจีน มีซับอังกฤษ (ไม่ได้เรียงตอน) ไปที่ลิงค์นี้ (ที่นี่)
...............................    



ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกและความคิดเห็นตั้งแต่ตอนที่ 1 -  ตอนปัจจุบัน    
Flag Counter
 @@@............

วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558

มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน เจาะสาระ 4 ภาษา และ สำนวนจีน

มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน ซีรีส์จีน เวอร์ชั่น 2013 

木兰传奇  The Legend of Hua Mulan

การได้ดูหนังดีสักเรื่อง เหมือนได้อ่านหนังสือดีหลายเล่ม 

เขียนโดย สุวรรณา สนเที่ยง 张碧云


         มู่หลาน เป็นชื่อที่คุ้นเคยของชาวจีนมานานแล้ว  เพราะมีการนำเรื่องราวของเธอไปทำเป็นงิ้ว  สร้างเป็นภาพยนตร์ก็หลายเรื่อง  มีทั้งเวอร์ชั่นที่สร้างโดยบริษัทชอว์บราเดอร์ฮ่องกง  เวอร์ชั่นที่สร้างโดยบริษัทไต้หวัน เวอร์ชั่นที่สร้างโดยจีน  แต่หลายๆ คนจะเริ่มรู้จักชื่อ “มู่หลาน” จากหนังการ์ตูนของวอลดิสนี่ย์ 
      
        เป็นเรื่องที่คนจีนชื่นชอบ  สร้างแล้วสร้างอีกก็ยังมีคนดูเรื่อยๆ 
  
        "มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน" เวอร์ชั่นปี 2013 ใช้เวลาเขียน-ปรับแก้บท 7 ปี เริ่มถ่ายทำปี 2011 ที่ทุ่งหญ้าแถบมองโกลเลียและเมืองจำลองถ่ายทำเรื่อง สามก๊ก ที่เมืองหวูซี  เริ่มแพร่ภาพทาง CCTV จีน 2013  จึงเรียกเวอร์ชั่น 2013



        เป็นหนังที่บอกเล่าเรื่องราวของ "มู่หลาน" ได้สนุกและดีที่สุด  จากความรู้สึกที่เคยดู "มู่หลาน" มาหลายเวอร์ชั่น 

          หนังหรือละครที่เกี่ยวกับ "มู่หลาน" ในอดีต  จะเน้นที่ความกตัญญู  ความเด็ดเดี่ยว กล้าหาญ และรักชาติของมู่หลานเป็นหลัก  

          แต่ในเวอร์ชั่นนี้  ได้สร้างตัวละครใหม่ "องค์ชายตัวหลุนแห่งแคว้นโหยวหยาน" พระเอกที่มีบทบาทโดดเด่นขึ้นมาอีกตัว  เป็นตัวแทนความคิดแนวใหม่ในการสร้างชาติ  ไม่เห็นด้วยกับการสร้างความมั่งคั่งด้วยการก่อสงครามแย่งชิงทรัพยากรของชนเผ่าอื่น  แต่เห็นว่าควรจะศึกษาข้อดีของชนเผ่าอื่นเพื่อพัฒนาชนเผ่าของตนเองให้มั่งคั่ง  เข้มแข็ง  จึงเป็นการสร้างชาติให้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง   เป็นตัวแทนสะท้อนความขัดแย้งทางแนวคิด
         
          ฮวาหู พ่อมูหลาน  เป็นคนปลูกฝังให้มู่หลานไม่แบ่งคนที่ชาติพันธุ์  แต่ให้แบ่งคนที่ความดีกับความเลว   บอกมู่หลานว่าต้องรู้จักให้อภัยศัตรู  จึงจะเกิดสันติสุขที่ถาวรได้  อนุญาตให้มู่หลานคบหากับมั่วเจี้ยงได้ทั้งที่รู้ว่าเขาเป็นชาวโหยวหยาน 
            
          ฝูหลิง (茯苓) ช่างปักผ้าฝีมือดีอันดับต้นๆ ของหวู่เฟิ่งกู่ นางรองของเรื่อง เป็นตัวละครที่มีบทบาทโดดเด่นในด้านการเสียสละตัวเองเพื่อชาติ) 



          ส่วนคนที่พยายามจะทำให้เกิดสงครามให้ได้  มีทั้งอำมาตย์แห่งโหยวหยาน (柔然)- จินฉานจื่อ  และทั่วป๋าเส้า - อดีตองค์รัชทายาทของแคว้นเว่ยที่ถูกปลด  ทั้งคู่มีจุดประสงค์อย่างเดียวกัน คือ ต้องการให้เกิดการรบกันเพื่อหาจังหวะแย่งชิงอำนาจการปกครอง  ทั้งสองคนจึงสมคบร่วมมือกันอย่างลับๆ 

          จินฉานจื่อ อำมาตย์แคว้นโหยวหยาน  (รับบทโดยดาราฮ่องกงรุ่นใหญ่ ลวี่เหลียงเหว่ย ที่เคยโด่งดังจากเรื่อง “เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้”)  เดิมเคยอยู่แคว้นเว่ย  เรียนรู้ศิลปะปักผ้าจากชาวเว่ย  เป็นคนที่เก่งในการเพาะตัวไหม จึงได้ฉายาว่า จินฉานจื่อ ( 金蚕子 ตัวไหมทองคำ) เป็นลูกครึ่งเว่ย - โหยวหยาน  
          จินฉานจื่อเคยมีเรื่องเจ็บแค้นเกี่ยวกับหญิงคนรักและเกี่ยวพันกับฮ่องเต้องค์ก่อนของเว่ย  จึงเก็บความเจ็บแค้นนั้นกลับไปที่โหยวหยาน  เป็นคนที่ท่านข่านต้าถานไว้วางใจให้เป็นครูสอนวัฒนธรรมจงหยวน ( 中原 วัฒนธรรมจีน) ให้กับองค์ชายทั้งหลายของโหยวหยาน 
          ต่อมาเขามีตำแหน่งเป็นถึงอำมาตย์ใหญ่ที่ท่านข่านไว้เนื้อเชื่อใจ เป็นกุนซือ (ที่ปรึกษา) และอยู่ใกล้ตัวท่านข่านมากที่สุด 

          เขาได้อาศัยความรู้เรื่องการปักผ้าที่เรียนรู้จากชาวเว่ยย้อนกลับมาสร้างปัญหาลำบากใจให้กับชาวเว่ยด้วยการออกแบบลายภาพปรองดองให้สลับซับซ้อนทำได้ยากยิ่งซึ่งต้องใช้เวลาปักถึงสองปี   รวมทั้งซ่อนปมวางกับดักเอาไว้ที่ผ้าปักผืนนีิ้ คือ ต้องห้ามมีรอยต่อ  ซึ่งคาดว่าช่างปักของชาวเว่ยไม่มีทางแก้ปัญหาได้ 

          แม่ทัพเซียชี่เฉิน พูดถึง จินฉานจื่อว่า “คนผู้นี้ใจแคบ ทำคุณบูชาโทษ ”  
          สำนวนจีนพูดว่า 此人心胸狭隘,恩将仇报。
      恩将仇报 สำนวนภาษาไทยก็คือ ทำคุณบูชาโทษ 

          ส่วนองค์รัชทายาทเก่าที่ร่วมมือกับโหยวหยานทำร้ายชาติตัวเองคือใครนั้น ช่วงแรกของหนังยังไม่เฉลย  ตัวละครนี้ยังซุ่มซ่อนอยู่ในที่มืด  อุบไว้ก่อน  ให้คนดูสังเกตพฤติกรรมของตัวละครแต่ละตัวไปเรื่อยๆ
  
         (ในส่วนนี้เป็นการตอกย้ำสำนวนจีนอมตะที่ว่า 知人知面不知心 รู้คนรู้หน้าไม่รู้ใจ   และ 明枪易躲,暗箭难防 ทวนเปิดเผย หลบหลีกง่าย  เกาทัณฑ์ลับ ยากระวัง )                   อ่านสำนวนนี้ คลิกที่นี่                      http://www.oknation.net/blog/chineseclub/2015/09/08/entry-1

..............................

เนื้อเรื่องย่อ
ต่อจากตอนที่เหล่าซือเขียนไว้ (คลิกดูที่นี่)

         หลังจากมู่หลานพ่อลูกอาการดีขึ้นจากการถูกพิษกำมะถัน  มั่วเจี้ยงได้มาหาที่ร้านขายผ้าของมู่หลาน  บอกว่าตอนนั้นกำลังจะมาบอกว่าช่วยหาซื้อแร่เหล็กเหลืองที่จะใช้ย้อมเส้นไหมสีเหลืองจากโหยวหยานได้แล้ว  แต่มู่หลานกับพ่อโดนพิษกำมะถันไปเสียก่อน  พ่อมู่หลานสงสัยว่าแล้วมั่วเจี้ยงไปหามาได้อย่างไร

         จังหวะที่มู่หลานไปหยิบเสื้อของมั่วเจี้ยง  พ่อมู่หลานถามว่า มั่วเจี้ยงเป็นชาวโหยวหยานใช่มั้ย  เขาเคยรบกับชาวโหยวหยานนับสิบปี  เคยมีเลือดของชาวโหยวหยานนับไม่ถ้วนกระเด็นมาที่ตัวเขา  และบนตัวเขาก็มีบาดแผลไม่น้อยที่ชาวโหยวหยานฝากไว้เช่นกัน  เขาคุ้นกับกลิ่นของชาวโหยวหยานดี  จึงดูออกว่ามั่วเจี้ยงเป็นชาวโหยวหยาน  แต่มั่วเจี้ยงยืนยันว่าเขาไม่ใช่ชาวโหยวหยาน เป็นชาวเกาเชอ

         พ่อมู่หลานพูดว่า  “ ท่านจะรับหรือไม่รับก็ไม่เป็นไร  จริงๆ แล้วในความคิดข้า  คน ไม่ได้แบ่งเป็นเกาเชอ  โหยวหยาน  เซียนเปย  หรือ จงหยวน  แค่แบ่งเป็นคนดีกับคนเลวเท่านั้น
  
     其实在我的心里,人不分高车、柔然、鲜卑还是中原人,只分好人和坏人

         และอีกตอนหนึ่ง พ่อม๋หลานก็พูดกับมู่หลาน ว่า  ในหมู่คนโหยวหยานมีทั้งคนดีและคนเลว  ในหมู่คนจงหยวนก็มีทั้งคนดีและคนเลวเหมือนกัน  ขอแต่เป็นคนดี  เราก็เป็นเพื่อนกันได้ (只要是好人,就能做朋友) ขอแต่เป็นคนดี  ร้านเราก็ยินดีต้อนรับมิใช่หรือ (ไฟเขียวให้ลูกคบเป็นเพื่อนกับมั่วเจี้ยงได้ทั้งที่รู้ว่าเป็นชนเผ่าอะไร – ความคิดก้าวหน้าสุดๆ )

         ฉากนี้พ่อมู่หลานได้สอนทัศนคติเกี่ยวกับการไม่แบ่งชาติพันธุ์ให้กับมู่หลาน  และมั่วเจี้ยงได้ฟังคำพูดของพ่อมู่หลานก็ทำหน้าเหมือนได้คิดอะไรบางอย่าง
         
         นางเอกบอกว่าโตป่านนี้ยังไม่เคยเห็นชาวโหยวหยานเลย  พระเอกก็รีบบอกว่า " ข้าเคยเห็น  และพวกเขาส่วนใหญ่ก็เป็นคนดีด้วย"  พ่อมู่หลานพูดว่า "ข้าเชื่อที่เจ้าพูด" 
.....................................

          ซือเหนียง แห่งสำนักปักผ้าจิ่นซิ่วซานจวง  ที่รับเป็นแม่งานในการปักผ้าชิ้นนี้  มีลูกสาวสวยและปักผ้าเก่งมากชื่อ ฝูหลิง(茯苓 เป็นชื่อดอกไม้ชนิดหนึ่ง)

          ฝูหลิงแอบชอบมั่วเจี้ยงแบบรักแรกพบตั้งแต่ที่เห็นเขาควบม้าเข้ามาในหมู่บ้าน  และเก็บผ้าซับเหงื่อ (คล้ายผ้าเช็ดหน้า แต่ผืนใหญ่กว่า) ที่พระเอกทำตกไปปักดอกฝูหลิงแล้วเอาไปคืนให้เขาอีกที (เป็นวิธีบอกรักของหนุ่มสาวสมัยนั้น)  แต่มั่วเจี้ยงไม่ได้คิดอะไร
         
          มีครั่งหนึ่งฝูหหลิงถามมั่วเจี้ยงว่ายังเก็บผ้าผืนนั้นไว้กับตัวมั้ย  มั่วเจี่้ยงตอบแบบซื่อบื้อว่า ยังอยู่ เจ้าจะเอาคืนเหรอ  ฝูหลิงรีบบอกว่า ไม่ไม่ไม่

          ตัวละครสำคัญอีกคนในเรื่องนี้คือช่างปักผ้าชื่อชุนโฉว  เป็นลูกศิษย์ของปาเป้ยฉาน (ท่านปู่แปด - ผู้อาวุโสในหมู่บ้าน)  เป็นหนึ่งในกำลังหลักปักผ้าปรองดอง

          ชุนโฉวบอกมู่หลานต่อหน้าฝูหลิงตอนที่พวกนางไปแช่มือว่า  มั่วเจี้ยงเคยไปบอกแม่ทัพเซี่ยว่าเขาชอบมู่หลานเพื่อขอชีวิตมู่หลานกับแม่ทัพเซียตอนมู่หลานจะถูกตัดหัว  ฝูหลิงได้ยินก็เกิดความไม่สบายใจ

          มู่หลานจึงไปต่อว่ามั่วเจี้ยงว่าพูดส่งเดชทำไม  ต่อไปห้ามพูดแบบแบบนี้อีก  ตอนนี้คนเขาลือไปทั่่ว  ทำให้นางไม่รู้จะวางตัวยังไง   

          มั่วเจี้ยงถามว่า “บอกว่าชอบจะต้องอายทำไม  ที่ทุ่งหญ้ามีผู้หญิงชอบข้าเยอะเลย  ผู้หญิงทุ่งหญ้าชอบก็บอกชอบ  ไม่เหมือนชาวจงหยวนที่กระมิดกระเมี้ยน (ไม่พูดตรงๆ) "  มู่หลานโกรธกระทืบเท้าแล้วก็กลับไป  
          
          ตรงนี้สะท้อนวัฒนธรรมที่แตกต่างระหว่างชาวเว่ยกับชาวทุ่งหญ้า  ชาวเว่ยจะเก็บความรู้สึกและไม่บอกรักตรงๆ แต่จะบอกรักผ่านสื่ออื่นๆ เช่น วิธีการของฝูหลิงที่บอกรักมั่วเจี้ยง  แต่ชาวทุ่งหญ้าจะบอกตรงๆ  
...................................... 
          
          พ่อมู่หลาน เห็นว่างานปักผ้าชิ้นนี้เกี่ยวพันถึงชะตากรรมของคนในหมู่บ้าน (ต้องออกรบหรือไม่ต้องออกรบ) และชะตากรรมของบ้านเมือง  จึงเกลี้ยกล่อมให้ เจี่ยยวินแม่มู่หลานพามู่หลานไปช่วยงานซือเหนียง (ซึ่งทั้งสองไม่ถูกกัน) เพื่อช่วยกันปักผ้าให้สำเร็จ
  
          แม่มู่หลานเข้าใจว่า เรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเธอเป็นฝีมือกลั่นแกล้งของซือเหนียง  (เข้าแผนทำให้แตกแยกของผู้ไม่หวังดีที่ยังไม่เปิดเผยตัว) แต่พ่อมู่หลานเห็นว่าซือเหนียงไม่ใช่คนเช่นนั้น  

         ในที่สุดแม่มู่หลานก็ยอมไปช่วยซือเหนียงปักผ้า  และมีโอกาสได้พูดคุยปรับความเข้าใจกันและปรึกษากัน  งานกำลังจะไปได้ดี....   
         ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่สองต่อสองนั้น  จู่ๆ เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น......

         ซือเหนียง (แม่ฝูหลิง) ล้มลงและตายอย่างกระทันหันแบบไม่มีร่องรอยบาดแผล  เจี่ยยวิน (แม่มู่หลาน) ต้องสงสัยว่าเป็นคนฆ่าซือเหนียง ถูกแม่ทัพเซียจับไปขังไว้
   
         ฝูหลิง ก็เข้าใจว่าแม่มู่หลานฆ่าแม่ของนางเพื่อชิงความดีความชอบในการปักผ้า  ทำให้ฝูหลิงเกลียดชังมู่หลานยิ่งขึ้น

         งานศพของซือเหนียงได้รับเกียรติสูงสุด โดยให้ประกอบพิธีศพแบบฌาปนกิจ (เผา) และหลังพิธีเผา มู่หลานบังเอิญเจอเข็มเล่มหนึ่งตกอยู่ในบริเวณที่เผา  เป็นเข็มที่แปลกมากคือไม่มีรูเข็ม  นางจึงเก็บเข็มเล่มนั้นเอาไว้   
      
         แต่งานปักฝ้าจำเป็นต้องมีคนรับผิดชอบทำต่อไป  เจี่ยยวินอยู่ในคุก  ฝูหลิงสภาพจิตใจไม่พร้อม  มู่หลานไปทำงานแทนแม่  

         แต่มู่หลานพบว่า มือตัวเองสั่นจากผลข้างเคียงของการถูกพิษกำมะถันจนแม้แต่ทอผ้าก็ยังไม่ได้  ซึ่งท่านหมอหลัวก็ไม่มียารักษา

        มู่หลานเศร้าเสียใจมาก  มั่วเจี้ยงถามว่า 
        เจ้าคิดว่าแค่ผ้าปักผืนเดียว จะทำให้เกิดสันติภาพได้จริงหรือ 
        (เพราะมั่วเจี้ยงรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้  เขามาหวู่เฟิ่งกู่เพื่อมาขัดขวางแผนการปรองดอง) 
        มู่หลานตอบว่า  
        จะรบหรือไม่รบ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ใหญ่อีกจำนวนมาก  แต่ข้าเป็นแค่หญิงชาวบ้านตัวเล็กๆ  ทำเป็นแต่ปักผ้า  ก็ออกแรงได้แค่นี้  เพื่อช่วยให้พ่ออีกหลายๆ ครอบครัวไม่ต้องออกรบ  แต่ข้าในตอนนี้แม้แต่ผ้าก็ปักไม่ได้แล้ว
         

         มั่วเจี้ยงเริ่มรู้สึกมากขึ้นว่าตัวเองผิดและเห็นว่าชาวหวู่เฟิ่งกู่ตั้งใจทำผ้าปักผืนนี้เพราะจริงใจที่จะอยู่กับชาวโหยวหยานอย่างสันติ  ทุ่มเทและยอมสละได้แม้กระทั่งชีวิตของตัวเอง (เช่นพ่อมู่หลานที่เสี่ยงใช้สารอันตรายย้อมผ้าเพื่อไม่ให้งานล่าช้า) 

         เขาพานางไปขี่ม้าเพื่อให้สบายใจขึ้น  และปลอบใจนางว่า ถึงจะปักผ้าไม่ได้ ก็ยังทำอะไรได้อีกตั้งมากมาย  ยังมีอะไรๆ งดงามอีกมากมายในโลกนี้ที่นางไม่เคยสัมผัส เช่น ทุ่งหญ้าที่มีดอกไม้สวยงามนับไม่ถ้วน (ความรักของสองคนเริ่มงอกเงยขึ้นจากความชื่นชมและความเห็นใจที่มีต่อกัน)  

         มู่หลานเริ่มคิดได้ และ กล่าวขอบคุณมั่วเจี้ยง มั่วเจี้ยงรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้มู่หลานปักผ้าไม่ได้อีก  พูดว่า ไม่ต้องขอบใจข้า  ขอแค่วันหนึ่งข้างหน้าเจ้าไม่เกลียดข้า ก็พอใจแล้ว (มั่วเจี้ยงพูดเผื่อวันข้างหน้ามู่หลานรู้ความจริงว่าเขาคือตัวการที่ทำให้พ่อและนางเกือบตาย)

         มู่หลานไปขอให้แม่ทัพเซี่ยปล่อยแม่ออกมาทำงานปักผ้า  โดยตัวเองขอเข้าไปอยู่ในคุกแทน  แต่แม่ทัพเซียบอกว่าไม่ได้

         ปาเป้ยฉาน ผู้อาวุโส ตัดสินใจช่วยเธอให้หายจากอาการมือสั่นโดยการถ่ายทอดวิชา "เข็มบิน" แก่เธอ ซึ่งเขาไม่เคยถ่ายทอดให้ใครมาก่อน 
         
         เมื่อมู่หลานเห็น "เข็มบิน" ของปาเป้ยฉานก็ตกใจ  เพราะเป็นเข็มชนิดเดียวกันกับที่เธอเจอในที่เผาศพของซือเหนียง  แม่ทัพเซี่ยจึงสั่งปล่อยแม่มู่หลาน และเริ่มสืบว่ามีใครเคยเกี่ยวข้องกับ "เข็มบิน" นี่บ้าง 

         แม่ทัพเซี่ยสงสัยว่าฆาตกรจะเป็นคนในที่แฝงตัวอยู่ในหอปักผ้า"จิ่นซิ่วซันจวง" ที่ใช้เป็นสถานที่ปักผ้า  แต่มู่หลานไม่เชื่อว่าจะเป็นคนใดคนหนึ่งในจำนวนช่างปักเหล่านี้  เพราะทุกคนเป็นเพื่อนนางที่เติบโตมาด้วยกัน




         มั่วเจี้ยงรู้จากปากของฝูหลิงว่า ซือเหนียงตายเพราะเข็มเล่มนึง  ก็เข้าใจว่าคงเกี่ยวกับคนที่เขาต้องการมาตามหาลับๆ  เขาจึงไปสืบเรื่องเข็มที่ร้านตีเหล็ก และถูกทหารของแม่ทัพเซียจับไปขังไว้ในคุก   แม่ทัพเซี่ยสงสัยว่าเขาจะสืบเรื่องเข็มทำไม เกี่ยวข้องกับการตายของซือเหนียงหรือไม่ ....................


เกร็ดภาษาจีน

只要是好人,就能做朋友 

ขอแต่เป็นคนดี  เราก็เป็นเพื่อนกันได้

心胸狭隘       ใจคอคับแคบ 

恩将仇报   ทำคุณบูชาโทษ 

เจาะลึก มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน ซีรีย์จีน ตอน 1 花木兰传奇观后感 ตอนแรก (คลิกที่นี่)


 เนื้อเรื่องย่อ  สาระ วัฒนธรรม ภาษา สำนวนจีน

อ่าน มู่หลาน เจาะลึก ตอน 1 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 4 (คลิกที่นี่)
มู่หลาน  ตอน 5 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 6 (คลิกที่นี่)


มู่หลาน  ตอน 8 (คลิกที่นี่)



เพลงประกอบตอนจบ (คลิกที่นี่)
เพลงประกอบ 问月 (คลิกที่นี่) 

ซีรีย์เรื่องนี้แพร่ภาพในจีนปี 2013
และกำลังแพร่ภาพทางไทยพีบีเอส 2015  เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น. โดยประมาณ

ดูหนังเรื่องนี้ภาคภาษาจีนทางยูทูป ที่ลิงค์นี้ (คลิกที่นี่)


พากย์ไทย ที่คุณ naruto_multiThree อัพไว้ในยูทูปหลังไทยพีบีเอสออกอากาศ  (ดูได้ที่นี่) 




ดูทางยูทูป เสียงภาษาจีน มีซับอังกฤษ (ไม่ได้เรียงตอน) ไปที่ลิงค์นี้ (ที่นี่)
...............................    



ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกและความคิดเห็นตั้งแต่ตอนที่ 1 -  ตอนปัจจุบัน 
           
Flag Counter @@@............