วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน เจาะสาระ (10) ภาษา สำนวนจีน สอนให้คนคิดเป็น


มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน ซีรีย์จีน เวอร์ชั่น 2013 

花木兰传奇 The Legend of Hua Mulan
การได้ดูหนังดีสักเรื่อง เหมือนได้อ่านหนังสือดีหลายเล่ม 
เขียนโดย สุวรรณา สนเที่ยง 张碧云
。。。。。。。。。。。。。


บทพูดดี ให้คนรู้จักคิด นอกเหนือจากความบันเทิง

เจาะลึกข้อคิด สาระ และ เกร็ดภาษาจีนจากหนัง

เหล่าซือเขียนเจาะลึกสาระ คำคม สำนวนจีน จากซีรีย์จีนเรื่อง มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน มาถึงตอนที่ 10 แล้ว 
คำคมในตอนนี้ มีหลายคำ


 有的交手是用刀,有的交手是用智慧。你不觉得后者更有意思吗?
การประมือ การประลองยุทธ์ มีทั้งที่ใช้มีดดาบ  และที่ใช้สติปัญญา ท่านไม่รู้สึกว่าอย่างหลังจะมีความหมายกว่าหรือ ? 
(บทพูดตัวหลุน)   


              ในเมื่อท่านรักแม่ของท่าน  ไยไม่เลือกที่จะอยู่เพื่อความรัก แต่เลือกที่ตายเพื่อความแค้น ?  
既然你深爱着你的母亲,为什么你不能选择为爱而生,非要选择为恨而死呢?
(บทพูดมู่หลาน)

ชีวิตข้า ข้าลิขิตเอง  我的命运,我自己掌握。
(บทพูดมู่หลาน)

...................................................
หนังเรื่องนี้นอกจากจะมีบทพูดดีๆ ของตัวละครแล้ว  ยังลงทุนทำคอสตูมที่สวยงามอลังการแบบจัดเต็มอีกด้วย  ไม่ว่าจะเป็นชุดสวยๆ ที่สีสันไม่ฉูดฉาดของตัวละครหญิง  หรือชุดแต่งกายพระเอกในฐานะ "มั่วเจี้ยง" และชุด "องค์ชาย"  ชุด "แม่ทัพของเซี่ยชี่เฉิน และชุดแม่ทัพขององค์ชายตัวหลุนที่เท่สุดๆ  ทำให้หนังเรื่องนี้น่าดูยิ่งขึ้น


เนื้อเรื่องย่อแบบสรุป 
จากตอน 18 -19 ภาคภาษาจีน CCTV และตอนที่ 20 - 22 พากย์ไทยจากไทยพีบีเอส) 
ต่อจาก เจาะลึกตอน 9 ของบล็อกนี้ 


        ( ต่อจากตอนที่แล้ว ) แม่ทัพเซี่ยชี่เฉิน (谢弃尘)พูดเกลี้ยกล่อมให้หลัวเจาซึ่งเขาเข้าใจว่าเป็นทั่วป๋าเส้า ( อดีตรัชทายาท ) ให้ปล่อยเสี่ยวซันจื่อและมอบตัว "ทำไมเจ้าไม่เชื่อคำเตือนของแม่เจ้า (พระสนมฉานฮวา ) ที่ให้กลับเนื้อกลับตัวเสีย " ( สำนวนจีนที่แม่ทัพเซี่ยหยิบยกมาพูดเตือนสติคือ  悬崖勒马、回头是岸   รั้งบังเหียนม้าเมื่อถึงหน้าผาชัน  กลับตัวคือฟากฝั่ง  อุปมา ยับยั้งการทำความเลว กลับเนื้อกลับตัว ก่อนจะสายเกินไป)

        แต่หมอหลัวตอบว่า เจ้าไม่เข้าใจ  ชะตากรรมบางอย่าง  เมื่อมันเริ่มขึ้น ก็ได้กำหนดผลของมันไว้แล้ว (ตรงนี้หลัวเจาต้องการสื่อว่า  เมื่อเขาตัดสินใจทำอะไรบางอย่างลงไป   การกระทำนั้นมันก็ได้กำหนดชะตากรรมตอนจบไว้ล่วงหน้าแล้ว นั่นคือ ไม่อยู่ ก็ตาย ) 

       ท่านหมอหลัว - หลัวเจา ที่อ้างว่าตัวเองคือ "ทั่วป๋าเส้า"  นึกว่าแผนการตัวเองสำเร็จแล้ว  มู่หลานตายและภาพปักไหมที่จะใช้เป็นของขวัญสมรสของแคว้นเว่ยก็ถูกเผาไปแล้ว 
        แต่กลับเห็นมู่หลานปรากฎตัวขึ้น และบอกกับหลัวเจาว่า เธอรอดตายเพราะมั่วเจี้ยงช่วยชีวิตไว้  ส่วนภาพปักไหมนั้น เธอกับครอบครัวจื่อซูที่เป็นสาวปักผ้าอีกคนช่วยกันทำสำรองไว้อีกชุดหนึ่งอย่างลับๆ เธอคิดแผนนี้ขึ้นมาได้ตอนเธอตาบอด  ก็คือแผนทำให้ฝ่ายตนอยู่ในที่ลับที่ศัตรูมองไม่เห็นนั่นเอง  ทำให้หลัวเจาแทบกระอักเลือด     
         หลัวเจาสารภาพว่ารักมู่หลานมาก  เขาจำเป็นต้องฆ่าเธอ ถ้าเธอตาย เขาก็จะไม่ขออยู่เช่นกัน  ความจริงมู่หลานควรจะต้องตายโดยการแช่มือในน้ำที่ตนใส่ยาพิษไว้  แต่ที่ให้รอดไปเข้าวังได้  ก็เพื่อจะใช้เธอไปส่งข่าวให้แม่รู้ว่าเขา (ทั่วป๋าเส้า) ยังมีชีวิตอยู่ที่หวู่เฟิ่งกู่ 
         ตอนนี้มีบทพูดที่น่าคิด
         มู่หลานพูดว่า  แม่ท่านพูดว่า "คิดอย่างหนึ่งอยู่ คิดอีกอย่างตาย จะเป็นหรือตาย อยู่ที่ความคิดชั่ววูบ" 
         ในเมื่อท่านรักแม่ของท่าน  ไยไม่เลือกที่จะอยู่เพื่อรัก แต่เลือกตายเพื่อแค้นล่ะ ?  
          既然你深爱着你的母亲,为什么你不能选择为爱而生,非要选择为恨而死呢?
         หลัวเจาตอบว่า เพราะฟ้าลิขิต  เขาไม่สามารถฝืนลิขิตของฟ้าได้  รวมทั้งคนที่อยู่รอบๆ ตัวเขาก็เช่นกัน  หลัวเจาบอกเป็นนัยว่า  เขาไม่มีทางเลือก รวมทั้งคนรอบตัวเขาที่ต้องตายไปก็ไม่มีทางเลือกเช่นกัน ( ความจริงหลัวเจายังไม่ใช่ทั่วป๋าเส้าตัวจริง  แต่ยอมตายเพื่อปกป้องนาย )
         แต่มู่หลานไม่เข้าใจ  เธอพูดว่า
           "ฟ้าลิขิตหรือ ?  ถ้าข้ามีชีวิตอยู่  ชีวิตข้า ข้าลิขิตเอง"  我的命运,我自己掌握。

         หลังจากพูดกันอยู่ยาว  เสี่ยวซันจื่อก็บอกให้หลัวเจาปล่อยตนได้แล้ว แม่ทัพเซี่ยไม่ไว้ชีวิตหลัวเจาแน่ ( ส่งสัญญาณให้หลัวเจาปล่อยและก็ "ไป" ได้แล้ว ) 
         หลังจากปล่อยเสี่ยวซันจื่อแล้ว หมอเจาก็หันหลังเอามือจุ่มลงไปในอ่างน้ำยาพิษ  เสียชีวิตทันที                ( เรื่องนี้มีเพื่อนคอมเมนท์มาว่า ยาพิษอะไรร้ายแรงขนาดนั้นเชียว ) 
         เอาเป็นว่าตัดตัวละครไปอีกคนละกัน แต่แอบสงสารตัวละคร "หลัวเจา" (罗昭)ไม่ได้  ชีวิตไม่มีทางเลือกเลย  เมื่อเขาตัดสินใจจะช่วยทั่วป๋าเส้าแล้ว ก็หมายถึง แพ้ตาย ชนะรอด  ชุนโฉวก็เช่นกัน       
         แม่ทัพเซี่ยชี่เฉินนึกว่า "ทั่วป๋าเส้า" ตัวจริงตายแล้ว จึงรายงานให้ฮ่องเต้ทราบ
         ...................................
         ถึงตอนนี้  มั่วเจี้ยงก็บอกมู่หลานว่า ตั้งแต่ที่เขามาอยู่ที่หวู่เฟิ่งกู่  ทุกอย่างที่มู่หลานทำ ทำให้เขารู้จักแคว้นเว่ยในอีกแบบหนึ่ง มู่หลานทำให้เขารู้สึกทึ่งมาก
         เป็นตอนที่มั่วเจี้ยงต้องเปิดเผยฐานะแท้จริงของตัวเองต่อแม่ทัพเซียชี่เฉินว่า "ข้าคือตัวหลุน" 
         แม่ทัพเซี่ยคาดไว้อยู่แล้วว่ามั่วเจี้ยงต้องไม่ใช่พ่อค้าธรรมดาแน่นอน  แต่นึกไม่ถึงว่าเขาจะเป็นถึงองค์ชาย  แต่กล้าถึงขนาดเสี่ยงเข้ามาเป็นสายลับที่แคว้นเว่ย  เขาจึงรู้สึกนับถือในความกล้าหาญของตัวหลุนจากใจจริง 
         แม่ทัพเซี่ยบอกว่าถ้าตามปกติ  มั่วเจี้ยงต้องถูกตัดหัว  เขาไม่เคยละเว้นชีวิตสายลับ แต่ครั้งนี้เขารู้สึกได้ถึงเจตนาดีของ "ตัวหลุน" ที่ได้ช่วยปกป้องมู่หลานและการปักผ้า  เขาได้ยินคำร่ำลือว่าองค์ชายตัวหลุนวรยุทธ์ล้ำเลิศ กล้าหาญชาญศึก จึงขอท้าประลองยุทธกับตัวหลุนเพื่อสะสางบัญชีที่ตัวหลุนหลอกลวง 
         ก่อนจะสู้กัน พระเอกพูดว่า  มีความจำเป็นด้วยหรือ 
 “ 有的交手是用刀,有的交手是用智慧。你不觉得后者更有意思吗?” 
แปลว่า การประมือ การประลองยุทธ์ มีทั้งที่ใช้มีดดาบ  และที่ใช้สติปัญญา  ท่านไม่รู้สึกว่าอย่างหลังจะมีความหมายกว่าหรือ ? 



         ผู้เขียนอยากจะปรบมือให้ผู้แต่งบทละครเรื่องนี้จริงๆ เลย  ช่างสรรหาคำดีๆ มาพูดผ่านปากขององค์ชายตัวหลุน  เขาคือตัวแทนแนวคิดใหม่ในอุดมคติ  เมื่อเทียบแล้วเป็นคนมีความคิดดีกว่า "มู่หลาน" เสียอีก    
        แต่แม่ทัพเซี่ยยืนยันว่าต้องประลองให้ได้  
        ฉากนี้เป็นฉากที่น่าดูอีกฉากหนึ่ง  แม่ทัพเซี่ยกับองค์ชายตัวหลุนได้ประลองกันตัวต่อตัวอย่างสมศักดิ์ศรี  ซึ่งต่างก็เป็นแม่ทัพยอดนักรบ  มีฝีมือและสติปัญญาล้ำเลิศ  ต่างก็ไม่เคยรบแพ้ใครมาก่อน  ขณะเดียวกันต่างก็ชื่นชมนับถืออีกฝ่ายจากใจจริง

         ผลการประลอง เสมอกัน  มู่หลานโล่งใจ  คนดูก็โล่งใจ  แม่ทัพเซี่ยละเว้นมั่วเจี้ยง (ไม่จับประหารในฐานะสายลับ)  
        ก่อนจากกัน  แม่ทัพทั้งสองแคว้นได้ให้คำมั่นสัญญาต่อกันฉันท์มิตรว่า ต่างฝ่ายต่างจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อยับยั้งการเกิดสงคราม เพื่อความสงบสุขของชาวบ้าน ( การจากกันครั้งนี้ เป็นการพูดคุยกันครั้งสุดท้ายของคนทั้งสอง เป็นการสะสางบุญคุณความแค้นส่วนตัว  หลังจากนั้นก็ไม่มีโอกาสได้คุยกันและประมือกันตัวต่อตัวในสนามรบอีกเลย )  
....................................................................

         ในที่สุด  ภาพปักไหมสินเจ้าสาวเพื่อการปรองดองก็เสร็จสมบูรณ์  (จบภาคภาพปักไหมที่ยาว 20 กว่าตอน) 
         .....................................


         ถึงตอนนี้  ก็เป็นฉากลาจากกันของพระเอกกับนางเอกล่ะ  เป็นฉากหวานๆ ซึ้งๆ ก่อนที่ทั้งสองจะสวมชุดทหารถืออาวุธเข้าสู้กันในสนามรบ
         หลังจากที่ร่วมฝ่าอุปสรรคครึ่งปีในหวู่เฟิ่งกู่  ผ่านการผลัดกันติดคุก (โดนแม่ทัพเซี่ยจับ)  แทบเอาชีวิตไม่รอด  ทำให้สองคนนี้มีความผูกพันกันลึกซึ้งจนกลายเป็นรักที่ฝังใจทั้งสองไปตลอดเรื่อง    
         มั่วเจี้ยง (องค์ชายตัวหลุน) บอกลามู่หลานว่า ถึงเวลาที่เขาจะต้องกลับทุ่งหญ้าของเขาแล้ว 
         ขอถามความสมัครใจของมู่หลานอีกครั้งว่ายินดีจะไปอยู่ปักดอกไม้เพื่อเขาที่ทุ่งหญ้าตลอดชีวิตมั้ย 
         มู่หลานบอกว่าสถานะทั้งสองแตกต่างกันมาก  ตัวหลุนบอกไม่สนใจเรื่องนี้ ชอบก็คือชอบ รักก็คือรัก  ที่อยากรู้ก็คือว่ามีความจริงใจต่อเขาเหมือนกับที่เขามีต่อเธอหรือไม่  
         มู่หลานกังวลว่าทางครอบครัวของมั่วเจี้ยงจะยอมรับเธอได้หรือไม่  
         มั่วเจี้ยงบอกว่าเขามีวิธีที่จะไปพูดให้ทางครอบครัวยินยอม  เขามีแผนการอย่างหนึ่งที่จะทำให้ทั้งสองได้เจอกันในอีกไม่ช้า  แล้วก็จะอยู่ด้วยกันตลอดไปไม่แยกจากกันอีก  ( แต่เขาไม่ได้บอกมู่หลานล่วงหน้าว่าเขามีแผนจะทำอะไร ทำให้ชีวิตทั้งสองพลิกผัน กลายเป็นเรื่องเศร้า ) มู่หลานถามว่าจะกลับมาหวู่เฟิ่งกู่ในอีกไม่ช้าหรือ  มั่วเจี้ยงบอกว่าไม่ใช่น่ะ 






         
         ที่แท้วิธีที่มั่วเจี้ยงคิดไว้ก็คือจะกลับไปขออนุญาตท่านข่านผู้เป็นพ่อ  ส่งหนังสือขอให้แคว้นเว่ยส่งช่างปักอันดับหนึ่งไปแต่งงานกับองค์ชายตัวหลุนที่โหยวหยาน เพื่อเป็นการสู่ขออย่างถูกต้องและให้เกียรติมู่หลาน ( เพราะมั่วเจี้ยงนึกว่ามู่หลานจะต้องได้ตำแหน่งช่างปักอันดับหนึ่งแน่นอน ....มั่วเจี้ยงจึงไปบอกพ่อว่า ถ้าได้ช่างปักเก่งๆ จากแคว้นเว่ยมา  ก็จะได้ช่วยสอนให้ชาวโหยวหยานทอผ้าปักผ้า สร้างความมั่งคั่ง....... 
แต่หารู้ไม่ว่า...... หลังมั่วเจี้ยงกลับไป มู่หลานได้สละยกตำแหน่งช่างปักอันดับหนึ่งนี้ให้กับฝูหลิง ทั้งสองจึงไม่ได้แต่งงานกันตามที่มั่วเจี้ยงวาดหวังเอาไว้.....ซ้ำร้ายกลายเป็นศัตรูกันในสนามรบอีกด้วย ) 
   
        ( ฉากต่อๆ ไปก็จะไม่มีชุดคอสตูมสวยๆ ของนางเอกให้ดูอีกแล้ว  มีแต่อยู่ในชุดทหาร และก็ฉากสู้รบ ส่วนพระเอกก็จะอยู่ในมาดแม่ทัพใหญ่  ชุดคอสตูมแม่ทัพเท่ๆ ) 
         จากกันที่หวู่เฟิ่งกู่คราวนั้น  กว่าสองคนนี้จะได้เจอกันอีกครั้งก็ผ่านอุปสรรคมากมายนานเป็นปี  เจอกันในฐานะที่เป็นศัตรูที่ผูกพันและห่วงใยซึ่งกันและกัน  ชิงไหวชิงพริบในการสู้รบเพื่อชัยชนะของชาติตัวเอง  สงครามสองแคว้นยืดเยื้อนาน 10 ปี   

          เมื่องานปักผ้าสำเร็จลง  มู่หลานเห็นว่าฝูหลิงต้องเสียทั้งพ่อทั้งแม่เพื่อสันติภาพ  ซ้ำบ้านก็ถูกเผา  จึงยกตำแหน่งช่างปักอันดับหนึ่งให้กับ "ฝูหลิง" (茯苓)ช่างปักผ้าฝีมือดีรูปงามแห่งหวู่เฟิ่งกู่  แต่นึกไม่ถึงว่าฮ่องเต้มีประกาศอีกฉบับให้แต่งตั้งช่างปักอันดับหนึ่งเป็น "องค์หญิงซีไห่" (西海公主)และให้ไปแต่งงานกับ "องค์ชายตัวหลุน" แห่งแคว้นโหยวหยาน ( ตามที่ฝ่ายโหยวหยานขอ )  


           มู่หลานเสียใจแทบช็อคกับคำประกาศนี้   จู้จื่อที่หลงรักฝูหลิงก็เหมือนกัน (แต่จู้จื่อไม่รู้ว่าตัวหลุนก็คือมั่วเจี้ยง)  มู่หลานนึกขึ้นได้ทันทีว่าก่อนจากกันมั่วเจี้ยงเคยบอกว่าเขามีวิธีทำให้ท่านข่านยอมรับมู่หลานและรับมู่หลานไปอยู่ด้วยกันไม่แยกจากกันอีก (นี่ก็คือแผนการของมั่วเจี้ยง)  
           มู่หลานบอกฝูหลิ่งว่า ตัวหลุนก็คือมั่วเจี้ยง  ฝูหลิงดีใจที่เพิ่งรู้ว่าเธอจะได้แต่งงานกับมั่วเจี้ยง !   แต่พอเธอฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า  คนที่มั่วเจี้ยงชอบคือมู่หลานไม่ใช่เธอ  นางจึงคิดคืนตำแหน่งนี้ให้แก่มู่หลาน  มู่หลานบอกว่าเปลี่ยนไม่ได้แล้ว  คำสั่งฮ่องเต้เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่ได้  ฝูหลิงจึงต้องออกเดินทางไปพร้อมผ้าปักไหมสินเจ้าสาวเพื่อไปแต่งงานกับองค์ชายตัวหลุน  เพื่อความปรองดองของสองแคว้น  ทั้งมู่หลานและจู้จื่อก็ต้องเก็บความขมขื่นไว้ในใจ  
        ความรักของตัวละครต่างๆ ในหนังจีนเรื่องนี้  ไม่ได้สร้างให้เป็นตัวอิจฉาที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมชิงรักหักสวาทกัน แต่เป็นรักที่มีเหตุผลและเสียสละ           ผู้เขียน(เหล่าซือ)เห็นว่าละครควรจะสร้างตัวละครให้เป็นแบบอย่างชี้นำคนในสังคมให้หลุดพ้นจากแนวความรักแย่งชิงที่เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว            
       
           ฝั่งโหยวหยาน  องค์ชายตัวหลุนดีใจที่รู้ว่าขบวนเจ้าสาวกำลังเดินทางมา นึกว่าจะได้เจอมู่หลานแล้ว  ตื่นเต้นทนรอที่โหยวหยานไม่ไหว  จึงพาทหารเดินทางมารอรับถึงชายแดน 
           แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น  มีกลุ่มทหารแต่งชุดทหารแคว้นเว่ยเข้าปล้นขบวนเจ้าสาว และชิงเอาภาพปักไหมไปได้  ส่วนมั่วเจี้ยงรีบมาช่วย "มู่หลาน" ในขบวน  แต่เมื่อเปิดผ้าคลุมออก กลับพบว่า ว่าที่เจ้าสาวในรถนั้น เป็นฝูหลิง ไม่่ใช่ มู่หลานที่เขาเฝ้าคิดถึง .............................

...................................................

♣ เกร็ดภาษาจีน ของฝากจากเหล่าซือ
คำศัพท์จีนที่น่ารู้
智慧          zhìhuì                สติปัญญา  ภูมิปัญญา
为爱而生   wèi ài ér shēng      อยู่เพื่อความรัก 
为恨而死   wèi hèn ér            ตายเพื่อความแค้น
命运            mìngyùn                  ชะตากรรม ฟ้าลิขิต โชคชะตา 
自己掌握   zìjǐ zhǎngwò            กุมไว้ในมือตนเอง

♣  หลักไวยากรณ์  คำเชื่อม (连词)  
既然  (ในเมื่อ).......................,为什么不  (ทำไมไม่)........................。
有的........................ ,有的   ............................ 。
 ♣ สำนวนจีนโบราณอมตะ
悬崖勒马、回头是岸。   
ดึงบังเหียนม้าเมื่อถึงหน้าผาชัน  กลับตัวคือฟากฝั่ง  อุปมา กลับเนื้อกลับตัว 
(ชักม้าริมผา)

เกร็ดภาษาจีนน่ารู้ เพิ่มเติม (คลิกอ่านที่นี่) 

 เนื้อเรื่องย่อ  สาระ วัฒนธรรม ภาษา สำนวนจีน

อ่าน มู่หลาน เจาะลึก ตอน 1 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 4 (คลิกที่นี่)
มู่หลาน  ตอน 5 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 6 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 7 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 8 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 9 (คลิกที่นี่) 

มู่หลาน ตอน 10 (คลิกที่นี่)

เพลงประกอบตอนจบ (คลิกที่นี่)
เพลงประกอบ 问月 (คลิกที่นี่) 

ซีรีย์เรื่องนี้แพร่ภาพในจีนปี 2013
และกำลังแพร่ภาพทางไทยพีบีเอส 2015  เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น. โดยประมาณ

ดูหนังเรื่องนี้ภาคภาษาจีนทางยูทูป ที่ลิงค์นี้ (คลิกที่นี่)


พากย์ไทย ที่คุณ naruto_multiThree อัพไว้ในยูทูปหลังไทยพีบีเอสออกอากาศ  (ดูได้ที่นี่) 




ดูทางยูทูป เสียงภาษาจีน มีซับอังกฤษ (ไม่ได้เรียงตอน) ไปที่ลิงค์นี้ (ที่นี่)
...............................    




ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกและความคิดเห็นตั้งแต่ตอนที่ 1 - ตอนปัจจุบัน 

Flag Counter

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558

มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน เจาะสาระ 9 สำนวนจีน แง่คิดจากหนัง



มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน ซีรีส์จีน เวอร์ชั่น 2013 

花木兰传奇 The Legend of Hua Mulan
การได้ดูหนังดีสักเรื่อง เหมือนได้อ่านหนังสือดีหลายเล่ม 
เขียนโดย สุวรรณา สนเที่ยง 张碧云
。。。。。。。。。。。。。

"ดูละครแล้วฉลาดไม่ต้องพึ่งน้ำมันตับปลา" 

เป็นคำคมของบล็อกเกอร์ท่านหนึ่ง ใช้นามปากกาว่า "ลิงเขียว" ที่อ่านเรื่องที่เหล่าซือเขียนแล้วได้คิดคำคมให้กับเรื่องนี้ส่งมาทางคอมเมนท์
เหล่าซือชอบวลีเด็ดนี้มาก จึงขออนุญาตเอามาจั่วหัวเลย

ซีรีย์จีนเรื่อง มู่หลาน เวอร์ชั่นนี้  มีสาระ แง่คิด คำคมและสำนวนจีนทุกตอน  ดูแล้วสนุกน่าติดตาม
................................
ผู้เขียนชอบบทของแม่ทัพเซี่ยเหมือนกัน ยกให้เป็นพระรองเลย
ขอให้ทุกท่านสนุกและได้แง่คิดกับการดูหนังค่ะ
........................................

เจาะลึกข้อคิด สาระ และ เกร็ดภาษาจีนจากหนัง

 "คิดอย่างหนึ่งอยู่ คิดอีกอย่างตาย จะเป็นหรือตาย อยู่ที่ความคิดชั่ววูบ" 
ความคิดชั่ววูบกำหนดความเป็นความตาย
( พระสนมฉานฮวาใช้เตือนสติลูกชายที่กำลังหลงผิด หมายถึง การคิดผิดกำหนดความเป็นความตาย )
.......................

臣跪天、跪地、跪皇上、跪双亲、跪师长,唯不跪乱臣贼子。

          ข้าคุกเข่าให้ฟ้าดิน  ให้ฮ่องเต้  ให้พ่อแม่  ให้ครูบาอาจารย์  ไม่คุกเข่าให้โจรกบฎ 
(คำพูดแม่ทัพเซี่ยชี่เฉินแคว้นเว่ยที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง)
..............

พบว่าผู้บงการ ผู้ร้าย คือคนที่ทำตัวเป็นคนมีเมตตา เป็นคนที่ได้รับความเคารพนับถือในหมู่บ้าน

ผู้ร้ายที่ร้ายที่สุด  คือ ผู้ร้ายที่อยู่ในคราบผู้ดี
ศัตรูที่น่ากลัวที่สุด  คือ ศัตรูที่ซุ่มอยู่ใกล้ตัว
...................................................


เนื้อเรื่องย่อแบบสรุป ต่อจาก เจาะลึกตอน 8 
จากตอน 17 - 18 ภาคภาษาจีน CCTV และตอนที่ 20 - 22 พากย์ไทยจากไทยพีบีเอส 

           แม่ทัพเซี่ยชี่เฉิน(谢弃尘)พามู่หลานเข้าวัง  ฮ่องเต้ทั่วป๋าเทาโกรธมาก  เพราะสุดยอดฝีมือคนนั้นที่แท้คือพระสนมฉานฮวา ซึ่งถูกฮ่องเต้องค์ก่อน (ทั่วป๋าซื่อ) สั่งขังไว้ในตำหนักเย็น(打入冷宫)ไม่ให้พบใคร ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน(不许见天日)มานาน 15 ปีแล้ว  ถ้าจะให้มู่หลานเข้าพบ ก็จะขัดต่อคำสั่งของพระบิดา  แม่ทัพเซี่ยขอให้ฮ่องเต้ยกเลิกกฎนี้โดยขอให้คำนึงถึงสถานการณ์ของชาติเฉพาะหน้าเป็นหลัก
          ♣ ขอเล่าล่วงหน้า ก่อนที่หนังเรื่องนี้จะเฉลยว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร
  

          ที่แท้พระสนมฉานฮวาคือแม่นางฉานฮวา หญิงงามที่ปักผ้าเก่งอันดับหนึ่งของแคว้นเว่ยเมื่อ 30 ปีก่อน  เคยชอบพอและรักกันกับคุณชายฉาน (จินฉานจื่อ) ทั้งสองใช้ดอกซินหยี(辛夷花)ในการสื่อรักตลอดมา 
          ต่อมาแม่นางฉานฮวาถูกนำตัวเข้าวัง  จินฉานจื่อเสียใจมาก จึงกลับไปอยู่โหยวหยาน (เนื่องจากเขาเป็นลูกครึ่งโหยวหยาน) ด้วยความเจ็บแค้นใจ  ต่อมาเขาได้เป็นอาจารย์ที่สอนเหล่าองค์ชายและเป็นถึงอำมาตย์ใหญ่แห่งแคว้นโหยวหยาน  
          ส่วนพระสนมฉานฮวาคิดถึงและลืมจินฉานจื่อไม่ลง 
 จึงปักดอกซินหยีเต็มไปหมด  ฮ่องเต้ไม่ทราบเรื่องราว  สั่งให้ปลูกดอกซินหยีเต็มวังเพื่อเอาใจนาง  

         ต่อมานางได้ประสูติโอรสชื่อทั่วป๋าเส้า(拓拔绍)เป็นองค์ชายที่เฉลียวฉลาด เก่งกล้า จึงได้รับแต่งตั้งเป็นรัชทายาท  
         ตอนทั่วป๋าเส้าอายุ 15 ปี 
 ฮ่องเต้ทั่วป๋าซื่อเกิดล่วงรู้ความจริงเกี่ยวกับดอกซินหยี  โกรธมาก สั่งห้ามปลูกดอกซินหยีทั่วแคว้น  ใครฝ่าฝืนมีโทษประหาร  ตอนนั้นฮ่องเต้จะฆ่าพระสนมฉานฮวา  ทั่วป๋าเส้าถืออาวุธเข้าวังไปช่วยแม่  เกิดการต่อสู้  จึงโดนจับข้อหากบฏ  ต้องโทษประหาร   
         แต่ได้กลุ่มขุนนางและทหารที่ภักดีต่อเขาช่วยชิงตัวหนีไปได้ 
 หลังจากนั้นก็หายสาบสูญ  

         เมื่อฮ่องเต้ทั่วป๋าซื่อสวรรคต  น้องชายต่างมารดาของทั่วป๋าเส้าขึ้นเป็นฮ่องเต้ ( ก็คือฮ่องเต้ทั่วป๋าเทา 拓跋焘  ทำให้ทั่วป๋าเส้าผูกใจเจ็บ  และคิดตลอดเวลาว่า  เขาจะต้องช่วงชิงบัลลังก์กลับคืนให้ได้  เพราะนั่นควรจะเป็นของเขา  จึงเกิดศึกสายเลือดในแคว้นเว่ย  และทั่วป๋าเส้าก็ไปร่วมมือกับจินฉานจื่อฝั่งโหยวหยาน 
........................

(ขอเล่าต่อตามหนังตอนนี้)          
           ในที่สุด  มู่หลานก็ได้พบพระสนมฉานฮวา  เธอพบว่า
ในวังแห่งนั้นเต็มไปด้วยภาพปักดอกซินหยี และก็มีอ่างแช่มือเหมือนที่หวู่เฟิ่งกู่ด้วย  พอพระสนมเห็นมู่หลานแสดงขั้นตอนการแช่มือก่อนปักผ้า ( ทำตามที่เสี่ยวซันจื่อบอกไว้ )  นางก็มีอาการแปลกผิดปกติ   เพราะนางรู้ทันทีว่าเป็นสัญญาณที่สื่อจากลูกชายที่หายสาบสูญเพื่อให้รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่เป็นหมออยู่ที่หวู่เฟิ่งกู่  

         

        ♣ มีคนสนใจว่าดอกซินหยีหน้าตาเป็นอย่างไร ดูจากภาพปักในหนังก็สวยดี  เหล่าซือจึงเอารูปถ่ายดอกซินหยี 辛夷花 มาฝาก ภาพนี้เหล่าซือถ่ายเองจากมหาวิทยาลัย BLCU ปักกิ่ง ตั้งแต่ปี 2011  ซึ่งดอกไม้ชนิดนี้ปลูกกันทั่วไปในประเทศจีน  ดอกชนิดนี้ยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า
 "ดอกมู่หลาน 木兰花
。。。。。。。。
            (ในหนัง) พระสนมฉานฮวาจึงพูดคำพูดที่มู่หลานรู้สึกแปลกๆ ว่า 
            "ไม่ว่าแม่จะอยู่ที่ไหน  เมื่อรู้ว่าลูกปลอดภัย  แม่ก็สบายใจ"    
           "ดอกซินหยีแม้สวยก็จริง แต่ก็ขมมาก  เป็นยารักษาคนได้  แต่ก็ใช้ฆ่าคนได้ "            
           "คิดอย่างหนึ่งอยู่ คิดอีกอย่างตาย จะเป็นหรือตาย อยู่ที่ความคิดชั่ววูบ"  
           คำที่พระสนมฯ พูดนี้  ความจริงต้องการอาศัยปากของมู่หลานส่งข่าวกลับไปให้ลูกชายที่กำลังหลบหนีอยู่  เตือนให้ลูกชายกลับตัวกลับใจ (แต่มู่หลานไม่รู้เรื่อง  จึงเอาคำพูดเหล่านี้กลับมาเล่าให้หมอหลัวกับเสี่ยวซันจื่อฟังหมดก่อนที่แม่ทัพเซี่ยจะรู้เรื่อง)  
           ส่วนเรื่องเคล็ดลับในการต่อเชื่อมผ้าปักนั้น  พระสนมฯ บอกว่าสอนกันไม่ได้  ต้องอาศัยเข้าใจเอง 
           เมื่อกลับมาถึงหวู่เฟิ่งกู่  ในที่สุดมู่หลานก็พบเคล็ดลับเชื่อมผ้าปักไหมแบบไม่มีรอยต่อได้สำเร็จ
           ในขณะที่เธอกำลังดีใจและทำการเชื่อมผ้าอยู่ในหอปักผ้าอยู่นั้น  ก็เกิดไฟไหม้หอปัก (ซึ่งเป็นบ้านของฝูหลิง) ขึ้น  มู่หลานตกใจร้องเรียกคนช่วย  มองจากบนหอปักลงมา  เห็นท่านหมอหลัว (หลัวเจา(罗昭) เป็นคนวางเพลิงลักษณะตั้งใจจะฆ่าเธอให้ตาย   
           ขณะที่มู่หลานกำลังหมดหวังที่จะรอดจากกองเพลิง  มั่วเจี้ยง (พระเอก) ก็เสี่ยงชีวิตวิ่งเข้าไปช่วยเธอออกจากกองไฟ  มู่หลานเห็นภาพปักไหมถูกไฟไหม้ จะเสี่ยงชีวิตเข้าไปกู้  แต่มั่วเจี้ยงห้ามไว้  และตัดสินใจแสดงฐานะที่แท้จริงของเขาต่อเธอว่าที่จริงเขาเป็นองค์ชายของโหยวหยาน  มีภาพปักหรือไม่มีภาพปักก็ไม่สำคัญ
           มู่หลานโกรธที่มั่วเจี้ยงยังมีเรื่องปิดบังเธออีก
           ............................ 
           แม่ทัพเซี่ยชี่เฉินรีบรุดมายังสำนักหมอเทียนซิงถังเพื่อจับตัวหลัวเจา (หมอหลัวที่ปกติจะเป็นคนมีเมตตาช่วยรักษาชาวบ้านและเป็นที่เคารพนับถือในหมู่บ้าน) 
          หลัวเจาในชุดแต่งกายลายปักมังกรเต็มยศซึ่งแสดงฐานะเชื้อพระวงศ์แคว้นเว่ยได้จับเสี่ยวซันจื่อเป็นตัวประกัน  เสี่ยวซันจื่อร้องเรียกให้แม่ทัพเซียช่วย 
          หมอหลัวบอกว่าตัวเองคือองค์ชายทั่วป๋าเส้า  อดีตชิงเหออ๋องที่แม่ทัพเซียตามหามานาน 15 ปี  เขาสั่งให้แม่ทัพเซียคุกเข่าต่อเขา  แต่แม่ทัพเซี่ยตอบด้วยวลีที่แสดงถึงความไม่ยอมก้มหัวให้กับเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ว่า
            臣跪天、跪地、跪皇上、跪双亲、跪师长。唯不跪乱臣贼子。
          ข้าคุกเข่าให้ฟ้าดิน  ให้ฮ่องเต้  ให้พ่อแม่  ให้ครูอาจารย์  ไม่คุกเข่าให้โจรกบฎ
         ♣ (ตรงนี้ยังแสดงถึงวัฒนธรรม ทัศนคติของชาวจีนที่เคารพนับถือผู้ครองแคว้น พ่อแม่ ครูบาอาจารย์เสมอเคารพฟ้าดินตั้งแต่โบราณกาล)  

          
             
   ( โจรกบฎหรือ ? หลัวเจาหัวเราะหึหึ ) 
       
         หลัวเจาบอกว่าที่ทำไปทุกอย่างเพราะไม่ต้องการให้ตระกูลทั่วป๋าต้องได้รับความอัปยศที่ไปเกี่ยวดองแต่งงานกับพวกชนเผ่าที่ด้อยกว่าให้เสียศักดิ์ศรี(** หมาเหตุจากผุ้เขียน 拓拔 ทั่วป๋า เป็นนามสกุลของราชวงศ์เซียนเปย 鲜卑 หนึ่งในชนเผ่าโบราณ) ในเมื่อฮ่องเต้ทั่วป๋าเทาอ่อนแอ  เขาจึงต้องออกโรงเอง
          แม่ทัพเซี่ยโต้ว่า จุดประสงค์คงไม่ใช่อย่างที่พูดมา  ท่านต้องการขัดขวางการปักผ้าไหม เพื่อต้องการให้เกิดความวุ่นวาย  เกิดสงคราม  จะได้ฉกฉวยโอกาสซ้ำเติมฮ่องเต้ใหม่ที่เพิ่งขึ้นครองราชย์
         คดีฆาตกรรมซ่อนเงื่อนก็เริ่มคลี่คลาย  ที่แท้ชุนโฉว (เพื่อนที่โตมาพร้อมกับมู่หลาน) เป็นลูกของบริวารเก่าที่ภักดีต่อทั่วป๋าเส้า  นางได้รับคำสั่งให้ไปฝึกปักผ้ากับปาเป้ยฉาน (ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่แอบรักแม่ของทั่วเป๋าเส้าตอนหนุ่มๆ )  แต่ชุนโฉวกลับไปได้วิชาเข็มบินมาด้วย  หลัวเจาจึงให้นางใช้เข็มบินฆ่าแม่ฝูหลิงกับแม่มู่หลานโดยไม่ทิ้งร่องรอย  ชุนโฉวทำไปเพราะรักหมอหลัว 
         หลัวเจานึกว่าตอนนี้เขาบรรลุจุดประสงค์แล้ว  ภาพปักไหมพร้อมคนปักที่รู้เคล็ดลับการเชื่อมผ้า (มู่หลาน) ถูกเผาไปเรียบร้อย  ไม่มีภาพปักไหม  โหยวหยานจะต้องถือโอกาสประกาศสงครามกับแคว้นเว่ยแน่นอน
          เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ขอมาเล่าต่อตอนหน้า ..............................................

ปิดท้ายด้วยการเอาใจติ่งของ "แม่ทัพเซี่ยชี่เฉิน" (ดาราจีนแผ่นดินใหญ่ "อ้ายตุง"  艾东  Dong Ai  ชื่อจำง่ายดี)  
ด้วยรูปของ อ้ายตุง 1 ภาพ เขาเป็นดาราที่แสดงได้ทั้งบทดีและบทร้าย 



 


เนื้อเรื่องย่อ  สาระ วัฒนธรรม ภาษา สำนวนจีน
อ่าน มู่หลาน เจาะลึก ตอน 1 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 4 (คลิกที่นี่)
มู่หลาน  ตอน 5 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 6 (คลิกที่นี่)


มู่หลาน ตอน 8 (คลิกที่นี่)

เพลงประกอบตอนจบ (คลิกที่นี่)
เพลงประกอบ 问月 (คลิกที่นี่)


ซีรีย์เรื่องนี้แพร่ภาพในจีนปี 2013
และกำลังแพร่ภาพทางไทยพีบีเอส 2015  เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น. โดยประมาณ

ดูหนังเรื่องนี้ภาคภาษาจีนทางยูทูป ที่ลิงค์นี้ (คลิกที่นี่)


พากย์ไทย ที่คุณ naruto_multiThree อัพไว้ในยูทูปหลังไทยพีบีเอสออกอากาศ  (ดูได้ที่นี่) 




ดูทางยูทูป เสียงภาษาจีน มีซับอังกฤษ (ไม่ได้เรียงตอน) ไปที่ลิงค์นี้ (ที่นี่)
...............................    





ขอบคุณทุก ๆ คลิกและทุกความคิดเห็นตั้งแต่ตอนที่ 1 - ตอนปัจจุบัน 

Flag Counter @@@............