วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน เจาะสาระ 11 ชนะกันด้วยสติปัญญา


มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน ซีรีย์จีน เวอร์ชั่น 2013 

花木兰传奇 The Legend of Hua Mulan
การได้ดูหนังดีสักเรื่อง เหมือนได้อ่านหนังสือดีหลายเล่ม 
เขียนโดย สุวรรณา สนเที่ยง 张碧云
。。。。。。。。。。。。。

เจาะลึกข้อคิด สาระ และ เกร็ดภาษาจีนจากหนัง
 จากหอปักผ้าสู่สนามรบ 
ชนะกันด้วยสติปัญญา
...................................................
เจาะสาระ วัฒนธรรม อารยธรรมจีน จากซีรีย์จีน มู่หลาน (12)
ดูซีรีย์จีนที่มีสาระ นอกจากเรียนรู้ภาษาแล้ว ยังได้คำคม แง่คิด วัฒนธรรม ทัศนคติเกี่ยวกับการดำเนินชีวิต 
และเข้าใจอารยธรรมจีนที่มีมาแต่โบราณได้อีกด้วย

บทภาพยนตร์ดีๆ  ถ้าเปรียบก็เหมือนหนังสือวรรณกรรมชั้นเยี่ยมเล่มหนึ่ง

คนที่เรียนภาษาจีน  ดูพากย์ไทยแล้วลองดูภาคภาษาจีน 
ฝึกฟัง ฝึกพูดตาม จดคำคม สำนวนจีนดีๆ ออกมา และฝึกแปล

看一部好的中文电视剧,就如读一本好书一样。
除了学语言以外,还可以从中学到不少有关中国古代就有的名言、文明和处世的观念。

เนื้อเรื่องย่อแบบสรุป 
จากตอนซีรีย์ภาคภาษาจีน CCTV และตอนที่  23 - 27 พากย์ไทยจากไทยพีบีเอส 

         หลังจากจบภาคการปักไหมสินเจ้าสาวเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ที่ยาว 20 กว่าตอน ต่อไปนี้ก็จะเริ่มภาคที่รบกันยาวนาน 10 ปีระหว่างแคว้นเว่ยกับโหยวหยาน 
         ที่ภาคปักผ้ายืดยาวเก็บรายละเอียดมากมาย เพื่อสะท้อนว่าแม้ชาวบ้านจะไม่ต้องการสงคราม  พยายามทำทุกอย่าง เสียสละแม้กระทั่งชีวิตทุ่มเททำภาพปักเพราะไม่อยากให้พ่อบ้านหรือลูกชายต้องออกรบ  แต่สงครามก็เกิดขึ้นจนได้เนื่องจากความต้องการของคนมีอำนาจบางคน  เป็นไปตามคำพูดของพระสนมฉานฮวา " คิดอย่างหนึ่งเป็น คิดอีกอย่างตาย" ความคิดและการตัดสินใจของท่านข่านที่เชื่อคำของจินฉานจื่อนำมาซึ่งความหายนะและการล้มตายของเหล่าทหาร การสูญเสียญาติสนิทของนับพันนับหมื่นครอบครัว  รวมถึงนำความเจ็บปวดมาให้กับครอบครัวของท่านข่านเองในที่สุด
           " คิดอย่างหนึ่งเป็น คิดอีกอย่างตาย" คำนี้เป็นสัจธรรมจริงๆ  
           ในชีวิตคนเรา  ระหว่างทางมีอะไรให้ "เลือก" และ "คัดทิ้ง" มากมาย  ถ้าเลือกถูกก็ประสบความสุขความเจริญ แต่ถ้าเลือกผิดหรือเดินทางผิด ก็นำมาซึ่งความล้มเหลวและความทุกข์  คนที่ทำร้ายตัวเอง ทำร้ายคนอื่น ทำลายครอบครัว ตกเป็นอาชญากร ก็มาจากความคิดที่ตัวเองเลือกนี่แหละ    
......     มีบทพูดที่ดีๆ หลายฉากก่อนที่จะรบกัน 
          เช่นมีตอนหนึ่งที่ท่านข่านบอกพระเอกว่า  " ถ้าเราไม่กำจัดแคว้นเว่ย  สักวันเราจะถูกแคว้นเว่ยกำจัด  เปรียบเหมือนหมาป่า ถ้าเราไม่ล่ามัน วันหนึ่งเราก็จะถูกมันกิน "
          พระเอกตอบว่า " ความจริงทั้งชาวโหยวหยานและชาวเว่ย  เดิมก็ไม่ใช่หมาป่า แต่สงครามทำให้ลูกแกะกลายเป็นหมาป่าต่างหาก "
          ...........................................
 ( เรื่องราวต่อจากตอนที่แล้ว )     
          เมื่อองค์ชายตัวหลุน (พระเอก) พบว่าว่าที่เจ้าสาวที่แคว้นเว่ยส่งมานั้นไม่ใช่มู่หลาน แต่กลับกลายเป็น "ฝูหลิง" (茯苓)ซึ่งมาในฐานะช่างปักผ้าอันดับหนึ่งและ "องค์หญิงซีไห่" (西海公主)เขาผิดหวังและบอกขอโทษฝูหลิงที่เขาไม่สามารถแต่งงานกับเธอได้  เพราะในใจเขามีแต่มู่หลานคนเดียว

   
          จินฉานจื่อเสนอให้ท่านข่านประกาศสงครามกับแคว้นเว่ยโดยอ้างเหตุทหารเว่ยชิงภาพปักไหมไป ไม่มีความจริงใจในการเชื่อมสัมพันธ์  ตัวหลุนคัดค้านแต่ไม่สำเร็จ และยังถูกบีบบังคับจากท่านข่านผู้เป็นพ่อให้รับหน้าที่แม่ทัพใหญ่รบเพื่อพ่อ รบเพื่อความยิ่งใหญ่ของชาวโหยวหยาน 
          สงครามใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น ตัวหลุนกลับไปหามู่หลานที่หวู่เฟิ่งกู่ คิดจะพาเธอหนีไปอยู่ในที่ปลอดภัยจากภัยสงคราม  แต่พบว่าหวู่เฟิ่งกู่เปลี่ยนจากที่เคยคึกคักกลายเป็นเมืองร้างเงียบเหงาเสียแล้ว ชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารหมด ( ทำให้ไม่มีแรงงานผลิต ) เส้นทางค้าขายถูกปิด ไม่มีพ่อค้ามาซื้อผ้าไหมเหมือนแต่ก่อน ( เศรษฐกิจซบเซา ) ส่วนมู่หลานก็หายไป  ไม่มีใครรู้ว่านางหายไปไหน แต่ตัวหลุนนึกว่ามู่หลานอาจไปหาเขาที่ชายแดน เพราะรู้ว่าเมื่อสงครามเกิดขึ้น ตัวหลุนจะต้องคุมทัพมาที่ชายแดน  
          ตัวหลุนกลับโหยวหยานด้วยความผิดหวังอีก 
          ไหนๆ ก็จะรบกันแล้ว  เรื่องแต่งงานก็ไร้ความหมาย  องค์ชายตัวหลุนจึงขอให้ท่านข่านปล่อยฝูหลิงกลับแคว้นเว่ย  เพราะนางไม่ควรมารับเคราะห์กรรมอยู่ที่โหยวหยาน  
          แต่ท่านข่านไม่ยอมส่งหญิงเก่งและสวยคนนี้กลับเว่ย  กลับสั่งให้รับฝูหลิงไว้เป็นมเหสีของตัวเองแทนในเมื่อตัวหลุนไม่ยอมแต่งงานกับฝูหลิง
          ตัวหลุนตกใจและเสียใจที่ฝูหลิงต้องมาพบกับชะตากรรมเช่นนี้  จึงเตรียมม้าไว้จะช่วยฝูหลิงหนี แต่ฝูหลิงนึกถึงภาระหน้าที่ของตนเองที่มาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์  เพื่อประชาชนแคว้นเว่ย  นางจึงไม่ยอมหนี และยอมรับชะตากรรมโดยยอมแต่งงานกับท่านข่าน ( ที่มีลูกชายแก่กว่าตัวเธอเสียอีก )            

         (ฉากในหนัง) ฝูหลิงกอดตัวหลุนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเปลี่ยนฐานะเป็น "แม่" ของตัวหลุน
          ฉากที่องค์ชายตัวหลุนพูดกับฝูหลิงนี้  เป็นอีกฉากหนึ่งที่เรียกความสะเทือนใจจากผู้ชมได้ไม่น้อย  สงสารฝูหลิงสาวงามอายุ 18 ชีวิตต้องพลิกผันกลายมาเป็นมเหสีของท่านข่านอายุมากกว่ารุ่นพ่อแทนที่จะได้แต่งกับองค์ชายในฝัน ( มู่หลานตอนหลังมารู้เรื่องนี้ ก็เสียใจและโทษตัวเองที่ยกตำแหน่งช่างปักอันดับหนึ่งให้กับฝูหลิง ) 
         ฝูหลิง ที่เคยบอกว่าจะแย่งมั่วเจี้ยงกับมู่หลาน ไม่ใช่ตัวอิจฉา หนังเรื่องนี้มีจุดเด่นคือไม่มีตัวอิจฉา มีรักหลายเส้า แต่ก็เป็นรักที่จริงใจและเสียสละ ( ท่านข่านก็รักและเอ็นดูฝูหลิงมากในเวลาต่อมา )

         เพื่อนสนิทคู่นี้ ฝูหลิงกับมู่หลาน ถูกสร้างให้เป็นตัวละครที่เสียสละ  ต่อมาฝูหลิงได้นำเอาภูมิปัญญาด้านการทอผ้าปักผ้าของชาวจงหยวนไปสอนให้กับผู้หญิงชาวโหยวหยาน ช่วยให้พวกนางมีฝีมือและมีรายได้ที่ดีกว่าเลี้ยงแพะ ( สร้างความมั่งคั่งให้กับชนเผ่าทุ่งหญ้า ) ฝูหลิงใช้เข็มกับด้ายเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ทั้งสองเผ่า  ส่วนมู่หลานเปลี่ยนจากจับเข็มกับด้ายมาเป็นจับมีดดาบ

          ในวันรุ่งขึ้น  ฝูหลิงเข้าพิธีแต่งตั้งเป็นพระมเหสี  ส่วนองค์ชายตัวหลุนจำใจรับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่  นำทัพใหญ่ประชิดชายแดนแคว้นเว่ย 

          ตอนนี้ก็ถึงฉากรบตามที่คนดูหลายคนรอคอย . ( ถ่ายทำที่ทุ่งหญ้ามองโกลเลียใน ทางเหนือกรุงปักกิ่ง - ปล. มีเพื่อนผู้อ่านถามมา ) 
          ฉากสู้รบในทุ่งหญ้านี้ เป็นฉากใหญ่ที่ต้องทุ่มทุนมหาศาลและใช้นักแสดงกับม้าจำนวนมาก  ตอนถ่ายทำทางกองถ่ายไปกว้านจ้างม้ามาเข้าฉากแทบหมดทุ่งหญ้า (ผู้เขียนแอบไปอ่านเบื้องหลังการถ่ายทำมา) ตัวแสดงต้องฝึกขี่ม้า ต้องใส่ชุดเกราะที่หนักประมาณ 7 กิโลกรัม  นักแสดงอ้ายตุงที่แสดงเป็นแม่ทัพเซี่ยต้องทากาวติดหนวดท่ามกลางอุณหภูมิตอนกลางวันที่ 38 องศา (แค่นึกดูก็รู้สึกไม่ไหวแล้ว)

          พระเอกของเรื่อง ได้เปลี่ยนชุดคอสตูมจาก "มั่วเจี้ยง" พ่อค้าม้า  มาเป็นชุดคอสตูม "แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นโหยวหยาน" เต็มยศแล้ว  บุคลิกและภาพลักษณ์ก็เปลี่ยนเป็นผู้นำที่เฉียบขาด ฉลาดเก่งกล้า นักวางแผนการรบ ขึ้นมาทันที 
          แต่แม่ทัพคนนี้เปลี่ยนไป จากเดิมที่ไม่เคยกลัวการทำสงครามและไม่เคยรบแพ้มาก่อน  กลายเป็นแม่ทัพที่ไม่มีใจจะรบ  ไม่คิดจะบุก  ตั้งค่ายคุมเชิงไว้เฉยๆ อยู่นานหลายเดือน ( ยิ่งตอนหลังมารู้ข่าวว่ามู่หลานกลายเป็นทหารอยู่ในค่ายฝั่งตรงข้าม เขายิ่งไม่ยอมรบ ทำให้เสียโอกาสที่ได้เปรียบในการบุกตีก่อนที่ทัพใหญ่ของแม่ทัพเซี่ยฝ่ายเว่ยจะยกมาถึงชายแดน )     
          
          ที่แท้มู่หลานขโมยชุดทหารของพ่อ ปลอมตัวเป็นชาย ตัดสินใจไปเป็นทหารตามหมายเกณฑ์แทนพ่อ ในชื่อของพ่อ "ฮวาหู" (花弧) แต่ผู้หญิงเข้าไปอยู่ในกองทัพ  ตามกฎแคว้นเว่ยคือประหารสถานเดียว  
          ตอนนี้ชุดคอสตูมของ "มู่หลาน" ก็เปลี่ยนจากชุดสวยๆ ของสาวปักผ้า มาเป็นชุดพลทหารแทน

          เมื่อแม่ทัพตัวหลุนรู้ข่าวว่ามู่หลานกลายเป็นทหารเว่ยที่อยู่ในค่ายที่เขาจะต้องบุกตี  หญิงที่เขารักอาจจะตายได้ทุกขณะเมื่อเขาสั่งเคลื่อนพลเข้าบุกตี  ยิ่งทำให้เขาไม่กล้าสั่งลุย  แววตาของเขาแสดงความปวดร้าว  โดยนักแสดง (郭品超)ถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครออกมาได้ดีมาก  เรียกอารมณ์คนดูให้เกลียดสงครามยิ่งขึ้น

          เมื่อแม่ทัพเซียชี่เฉินยกทัพมาถึง  ก็วางแผนข้ามฝั่งจู่โจมทัพโหยวหยานทันที  
          แม่ทัพตัวหลุนสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ชายแดน  จึงวางแผนรอรับสู้กับทัพเว่ยถึงกลางดึก  
         หลังวางแผนเสร็จ  ตัวหลุนคิดถึงมู่หลาน  จึงหยิบซอหัวหมาป่าที่เคยเล่นให้มู่หลานฟังตอนอยู่หวู่เฟิ่งกู่ขึ้นมาเล่น 
         ในจังหวะนั้น  หัวหน้าหน่วยยวี้ฉื่อ (หน่วยกล้าตายของเรื่อง) กับมู่หลานแอบข้ามไปสอดแนมค่ายข้าศึก  มู่หลานได้ยินเสียงซอ ก็จำได้ว่าเป็นเสียงซอของตัวหลุนแน่ๆ 
         ฝ่ายตัวหลุนรู้ว่ามีสายมาสอดแนม แต่ก็แกล้งปล่อยไป (ตามแผนพิชัยสงครามซุนวู)  
         มู่หลานหนีกลับมาที่ค่ายทัพเว่ย  แล้วได้ฟัง "ซูเซิง" (นักศึกษาที่ถูกเกณฑ์มาเป็นทหาร เป็นคนชื่นชอบตำราพิชัยสงคราม) วิเคราะห์ตำราพิชัยสงครามบทที่เกี่ยวกับ "สายสืบ"  นางจึงรีบไปรายงานให้แม่ทัพเซี่ยรู้ว่าผู้ที่บัญชาการรบอยู่ฝั่งตรงข้ามคือ "ตัวหลุน "  ถ้าบุ่มบ่ามบุกไปจะทำให้ทัพเว่ยเสียหายมาก  ทำให้แม่ทัพเซี่ยรีบปรับแผนการจู่โจมใหม่  
         การรบกันครั้งนั้น  ทัพเว่ยก็ตีทัพตัวหลุนพ่ายแพ้ยับเยิน  ( เป็นครั้งแรกที่ตัวหลุนรบแพ้  แพ้เพราะจิตใจอ่อนไหวและเสียงซอของตัวเองแท้ๆ )  ขณะที่ตัวหลุนบัญชาการรบอยู่  เขาเห็นมู่หลานในชุดทหาร ก็สั่งไม่ให้ทหารยิงธนูใส่ทัพเว่ย  
         หลังจากที่แพ้  เขาก็รู้ว่า เขาแพ้ เพราะข้างกายของแม่ทัพเซี่ย มีมู่หลานที่เข้าใจตัวเขายิ่งกว่าแม่ทัพเซี่ยที่เข้าใจเขา  
         (ตามหนังเรื่องนี้) ทั้งมู่หลานและตัวหลุนต่างก็ฉลาดมาก  แต่ที่ตัวหลุนแพ้เพราะรักที่กลายมาเป็นจุดอ่อนในการทำศึก  ส่วนมู่หลานก็อาศัยจุดเปราะบางทางใจเอาชนะ  ใจแข็งเกินจนคนดูเครียดรับไม่ค่อยจะได้
         ตัวหลุนถูกเรียกตัวกลับไปรับโทษ  จินฉานจื่อถือโอกาสเสนอให้ท่านข่านปลดตัวหลุน เปลี่ยนตัวแม่ทัพให้องค์ชายใหญ่ "หวูถี" พี่ชายของตัวหลุนรับตำแหน่งแทน (จินฉานจื่อต้องการให้อำนาจทหารเปลี่ยนมือมาอยู่ในมือของหวูถี ซึ่งเป็นองค์ชายที่เชื่อฟังเขามากกว่า) 
         แต่ก่อนที่คำสั่งเรียกตัวกลับจะมาถึง  ตัวหลุนได้ยินว่าผู้หญิงอยู่ในกองทัพเว่ยถ้าถูกจับได้จะต้องถูกประหาร เขาจึงเสี่ยงชีวิตปะปนไปกับเฉลยศึกเพื่อเข้าไปในกองทัพเว่ยเพื่อหาโอกาสคุยกับมู่หลาน      
       


เกร็ดความรู้ด้านวัฒนธรรม-ประวัติศาสตร์จีน (หมายเหตุจากผู้เขียน)
         **  ในตอนที่แสดงถึงเรื่องการตั้งค่ายกลสู้รบกันนี้  มีแง่มุมกลยุทธกลวิธีการสู้รบของทั้งสองฝ่ายแบบกางตำราพิชัยสงครามของซุนวู ( 孙子兵法) มาวางแผนการรบกันเลยทีเดียว  การชนะศึกไม่ได้อาศัยแต่การมีกำลังพลมากเพียงอย่างเดียว ยังอาศัยสติปัญญาและไหวพริบด้วย 
              ตำราพิชัยสงครามซุนวู ถือเป็นภูมิปัญญาน่าทึ่งอีกแขนงหนึ่งของจีนโบราณ  นับเป็นตำราทำศึกเล่มแรกของโลก ตำราเล่มนี้ได้มีการแปลเป็นหลายสิบภาษา เผยแพร่ไปทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้  ภาษาต่างประเทศภาษาแรกที่แปล คือ ภาษาฝรั่งเศส นอกนั้นก็มีภาษาอังกฤษ อิตาลี ไทย ฯลฯ มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า " The Art of War "
              孙子兵法  เขียนขึ้นเมื่อ 2600 กว่าปีก่อน ประมาณก่อนคริตศักราช 600 ปี  ปรากฎชื่อผู้แต่งคือ 孙武 ซุนหวู่ แห่งแคว้นหวู  ยุคชุนชิวตอนปลาย(春秋末期吴国)  
              เรื่องตำราพิชัยสงครามเคยออกเป็นข้อสอบ PAT ภาษาจีน (ข้อสอบที่ใช้สอบเข้าระดับอุมดมศึกษาของไทยสำหรับนักเรียน ม.6 ) หลายครั้ง 
              เหล่าซือไม่มีความรู้ด้านนี้  จึงขอเล่าแบบดำน้ำข้ามๆ ไป และจะขออนุญาตนำความเห็นของท่านผู้รู้หรือท่านที่สนใจไปหาข้อมูลมาแปะไว้ในช่อง " ความคิดเห็น " หรือในบทความนี้แทน            
         **  ตามประวัติศาสตร์จริง ในอดีตมีการส่งองค์หญิงไปแต่งงานเชื่อมความสัมพันธฺระหว่างชนเผ่า ระหว่างแคว้นเกิดขึ้นหลายยุคสมัย        
...................................................

เนื้อเรื่องย่อ  สาระ วัฒนธรรม ภาษา สำนวนจีน
อ่าน มู่หลาน เจาะลึก ตอน 1 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 4 (คลิกที่นี่)
มู่หลาน  ตอน 5 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 6 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน ตอน 7 (คลิกที่นี่)


เพลงประกอบตอนจบ (คลิกที่นี่)
เพลงประกอบ 问月 (คลิกที่นี่) 



หนังเรื่องนี้กำลังแพร่ภาพทางไทยพีบีเอส ทุกเสาร์-อาทิตย์ 20.15 โดยประมาณ

ดูหนังเรื่องนี้ภาคภาษาจีนทางยูทูป ที่ลิงค์นี้ (คลิกที่นี่)

ภาคภาษาไทย ดูได้ที่ ไทยพีบีเอส (ย้อนหลัง)

และ พากย์ไทย ที่คุณ naruto_multiThree อัพไว้ในยูทูปหลังหนังออกอากาศ (คลิกที่นี่)


ดูทางยูทูป เสียงภาษาจีน มีซับอังกฤษ (ไม่ได้เรียงตอน และมีไม่ครบทุกตอน) ไปที่ลิงค์นี้ (ที่นี่)




ปล. รูปล่างนี้หามาฝากติ่งองค์ชายตัวหลุน  เป็นภาพใหม่ล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้

จากเฟชบุ๊กของ กัวผิ่นเชา 郭品超 Dylan Guo ดีแลนกัว นักแสดงชาวไต้หวัน 


(ถ่ายที่นครเซินเจิ้นของจีน - ในงานเปิดตัวหนังเรื่องใหม่) 

  



  ขอบคุณทุกคลิกและทุกความเห็นตั้งแต่ตอนที่ 1 - ตอนปัจจุบัน

Flag Counter

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน 问月 เพลงเอกที่ใช้บรรเลงประกอบเรื่อง

เพลง 问月 (ถามจันทร์)
花木兰传奇主题曲
เพลงเอกในซีรีย์จีน มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน
เป็นเพลงบรรเลงที่ใช้ประกอบการเดินเรื่อง
เพลงที่ใช้ในฉากที่พระเอกกับนางเอกลาจากกันที่หวู่เฟิ่งกู่
และใช้ในฉากที่พระเอกจินตนาการเห็นมู่หลานเต้นระบำบนทุ่งหญ้า

ภาพ / พินอิน โดย สุวรรณา สนเที่ยง

เข้าไปฟังเพลงนี้ได้ตามลิงค์นี้ค่ะ
อัพโหลดโดย You Yunxi

http://www.tudou.com/programs/view/_weqpZNQiCE


ขับร้องโดย หวังลี่ 王莉
เนื้อร้อง
微风轻轻,百草幽香
这一抹月光怎能就在心头 肆意流淌
关山古道 清冷月娘
是谁把无边的夜儿拉长 拉长
浓情软语又惹谁的眼眶
新月如钩又诉谁的衷肠
曾记否 那年绣楼红袖香
到如今月凉思成伤
问月 月无言
月无言 伊人远
问情 情若在
情若在 君何方

เพลงนี้เป็นเพลงที่แต่งเนื้อร้องเป็นบทกวี ใช้คำสละสลวย สัมผัสสระ สัมผัสพยัญชนะ ฯลฯ 

การร้องเพลง ได้มากกว่าการฝึกภาษา ได้ฝึกสมองด้วย

关山古道     หมายถึง ? ใครทราบบ้าง ? ลองไปค้นคำนี้ดูค่ะ 
浓情软语     ใช้คำว่า "ความรักที่เข้มข้น" เทียบกับ คำว่า "วจีที่อ่อนโยน"
绣楼红袖香  ส่วนนี้ใช้ฝึกการสัมพันธ์ของสมองกับลิ้นดีเลยค่ะ สัมผัสพยัญชนะ - สัมผัสสระ - คำพ้องเสียง

问月   月无言  月无言  伊人远 
月 / 言 / 远 สามตัวอักษรที่เสียงคล้ายกัน ส่วนนี้ฝึกออกเสียงให้ชัดๆ เวลาร้อง

เพลงนี้ใช้เครื่องดนตรีจีนโบราณในการบรรเลง จึงให้อรรถรสความเป็นจีนๆ 

ไม่ใช่แนวที่ผสมกับวัฒนธรรมตะวันตก



เข้าใจจีน เรียนภาษาจีน อารยธรรม ปรัชญาจีน 



หนังเรื่องนี้กำลังแพร่ภาพทางไทยพีบีเอส ทุกเสาร์-อาทิตย์ 20.15 โดยประมาณ
ดูหนังเรื่องนี้ภาคภาษาจีนทางยูทูป ที่ลิงค์นี้ (คลิกที่นี่)
ภาคภาษาไทย ดูได้ที่ ไทยพีบีเอส (ย้อนหลัง)
และ พากย์ไทย ที่คุณ naruto_multiThree อัพไว้ในยูทูปหลังหนังออกอากาศ (คลิกที่นี่)

เพลง 问月 (ถามจันทร์) เพลงเอกที่ใช้ตอนนางเอกเต้นระบำบนทุ่งหญ้า (คลิกที่นี่)


ขอบคุณทุกคลิกทุกความคิดเห็นตั้งแต่ตอนแรก - ตอนปัจจุบัน
Flag Counter

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน เจาะสาระ (10) ภาษา สำนวนจีน สอนให้คนคิดเป็น


มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน ซีรีย์จีน เวอร์ชั่น 2013 

花木兰传奇 The Legend of Hua Mulan
การได้ดูหนังดีสักเรื่อง เหมือนได้อ่านหนังสือดีหลายเล่ม 
เขียนโดย สุวรรณา สนเที่ยง 张碧云
。。。。。。。。。。。。。


บทพูดดี ให้คนรู้จักคิด นอกเหนือจากความบันเทิง

เจาะลึกข้อคิด สาระ และ เกร็ดภาษาจีนจากหนัง

เหล่าซือเขียนเจาะลึกสาระ คำคม สำนวนจีน จากซีรีย์จีนเรื่อง มู่หลาน จอมทัพหญิงกู้แผ่นดิน มาถึงตอนที่ 10 แล้ว 
คำคมในตอนนี้ มีหลายคำ


 有的交手是用刀,有的交手是用智慧。你不觉得后者更有意思吗?
การประมือ การประลองยุทธ์ มีทั้งที่ใช้มีดดาบ  และที่ใช้สติปัญญา ท่านไม่รู้สึกว่าอย่างหลังจะมีความหมายกว่าหรือ ? 
(บทพูดตัวหลุน)   


              ในเมื่อท่านรักแม่ของท่าน  ไยไม่เลือกที่จะอยู่เพื่อความรัก แต่เลือกที่ตายเพื่อความแค้น ?  
既然你深爱着你的母亲,为什么你不能选择为爱而生,非要选择为恨而死呢?
(บทพูดมู่หลาน)

ชีวิตข้า ข้าลิขิตเอง  我的命运,我自己掌握。
(บทพูดมู่หลาน)

...................................................
หนังเรื่องนี้นอกจากจะมีบทพูดดีๆ ของตัวละครแล้ว  ยังลงทุนทำคอสตูมที่สวยงามอลังการแบบจัดเต็มอีกด้วย  ไม่ว่าจะเป็นชุดสวยๆ ที่สีสันไม่ฉูดฉาดของตัวละครหญิง  หรือชุดแต่งกายพระเอกในฐานะ "มั่วเจี้ยง" และชุด "องค์ชาย"  ชุด "แม่ทัพของเซี่ยชี่เฉิน และชุดแม่ทัพขององค์ชายตัวหลุนที่เท่สุดๆ  ทำให้หนังเรื่องนี้น่าดูยิ่งขึ้น


เนื้อเรื่องย่อแบบสรุป 
จากตอน 18 -19 ภาคภาษาจีน CCTV และตอนที่ 20 - 22 พากย์ไทยจากไทยพีบีเอส) 
ต่อจาก เจาะลึกตอน 9 ของบล็อกนี้ 


        ( ต่อจากตอนที่แล้ว ) แม่ทัพเซี่ยชี่เฉิน (谢弃尘)พูดเกลี้ยกล่อมให้หลัวเจาซึ่งเขาเข้าใจว่าเป็นทั่วป๋าเส้า ( อดีตรัชทายาท ) ให้ปล่อยเสี่ยวซันจื่อและมอบตัว "ทำไมเจ้าไม่เชื่อคำเตือนของแม่เจ้า (พระสนมฉานฮวา ) ที่ให้กลับเนื้อกลับตัวเสีย " ( สำนวนจีนที่แม่ทัพเซี่ยหยิบยกมาพูดเตือนสติคือ  悬崖勒马、回头是岸   รั้งบังเหียนม้าเมื่อถึงหน้าผาชัน  กลับตัวคือฟากฝั่ง  อุปมา ยับยั้งการทำความเลว กลับเนื้อกลับตัว ก่อนจะสายเกินไป)

        แต่หมอหลัวตอบว่า เจ้าไม่เข้าใจ  ชะตากรรมบางอย่าง  เมื่อมันเริ่มขึ้น ก็ได้กำหนดผลของมันไว้แล้ว (ตรงนี้หลัวเจาต้องการสื่อว่า  เมื่อเขาตัดสินใจทำอะไรบางอย่างลงไป   การกระทำนั้นมันก็ได้กำหนดชะตากรรมตอนจบไว้ล่วงหน้าแล้ว นั่นคือ ไม่อยู่ ก็ตาย ) 

       ท่านหมอหลัว - หลัวเจา ที่อ้างว่าตัวเองคือ "ทั่วป๋าเส้า"  นึกว่าแผนการตัวเองสำเร็จแล้ว  มู่หลานตายและภาพปักไหมที่จะใช้เป็นของขวัญสมรสของแคว้นเว่ยก็ถูกเผาไปแล้ว 
        แต่กลับเห็นมู่หลานปรากฎตัวขึ้น และบอกกับหลัวเจาว่า เธอรอดตายเพราะมั่วเจี้ยงช่วยชีวิตไว้  ส่วนภาพปักไหมนั้น เธอกับครอบครัวจื่อซูที่เป็นสาวปักผ้าอีกคนช่วยกันทำสำรองไว้อีกชุดหนึ่งอย่างลับๆ เธอคิดแผนนี้ขึ้นมาได้ตอนเธอตาบอด  ก็คือแผนทำให้ฝ่ายตนอยู่ในที่ลับที่ศัตรูมองไม่เห็นนั่นเอง  ทำให้หลัวเจาแทบกระอักเลือด     
         หลัวเจาสารภาพว่ารักมู่หลานมาก  เขาจำเป็นต้องฆ่าเธอ ถ้าเธอตาย เขาก็จะไม่ขออยู่เช่นกัน  ความจริงมู่หลานควรจะต้องตายโดยการแช่มือในน้ำที่ตนใส่ยาพิษไว้  แต่ที่ให้รอดไปเข้าวังได้  ก็เพื่อจะใช้เธอไปส่งข่าวให้แม่รู้ว่าเขา (ทั่วป๋าเส้า) ยังมีชีวิตอยู่ที่หวู่เฟิ่งกู่ 
         ตอนนี้มีบทพูดที่น่าคิด
         มู่หลานพูดว่า  แม่ท่านพูดว่า "คิดอย่างหนึ่งอยู่ คิดอีกอย่างตาย จะเป็นหรือตาย อยู่ที่ความคิดชั่ววูบ" 
         ในเมื่อท่านรักแม่ของท่าน  ไยไม่เลือกที่จะอยู่เพื่อรัก แต่เลือกตายเพื่อแค้นล่ะ ?  
          既然你深爱着你的母亲,为什么你不能选择为爱而生,非要选择为恨而死呢?
         หลัวเจาตอบว่า เพราะฟ้าลิขิต  เขาไม่สามารถฝืนลิขิตของฟ้าได้  รวมทั้งคนที่อยู่รอบๆ ตัวเขาก็เช่นกัน  หลัวเจาบอกเป็นนัยว่า  เขาไม่มีทางเลือก รวมทั้งคนรอบตัวเขาที่ต้องตายไปก็ไม่มีทางเลือกเช่นกัน ( ความจริงหลัวเจายังไม่ใช่ทั่วป๋าเส้าตัวจริง  แต่ยอมตายเพื่อปกป้องนาย )
         แต่มู่หลานไม่เข้าใจ  เธอพูดว่า
           "ฟ้าลิขิตหรือ ?  ถ้าข้ามีชีวิตอยู่  ชีวิตข้า ข้าลิขิตเอง"  我的命运,我自己掌握。

         หลังจากพูดกันอยู่ยาว  เสี่ยวซันจื่อก็บอกให้หลัวเจาปล่อยตนได้แล้ว แม่ทัพเซี่ยไม่ไว้ชีวิตหลัวเจาแน่ ( ส่งสัญญาณให้หลัวเจาปล่อยและก็ "ไป" ได้แล้ว ) 
         หลังจากปล่อยเสี่ยวซันจื่อแล้ว หมอเจาก็หันหลังเอามือจุ่มลงไปในอ่างน้ำยาพิษ  เสียชีวิตทันที                ( เรื่องนี้มีเพื่อนคอมเมนท์มาว่า ยาพิษอะไรร้ายแรงขนาดนั้นเชียว ) 
         เอาเป็นว่าตัดตัวละครไปอีกคนละกัน แต่แอบสงสารตัวละคร "หลัวเจา" (罗昭)ไม่ได้  ชีวิตไม่มีทางเลือกเลย  เมื่อเขาตัดสินใจจะช่วยทั่วป๋าเส้าแล้ว ก็หมายถึง แพ้ตาย ชนะรอด  ชุนโฉวก็เช่นกัน       
         แม่ทัพเซี่ยชี่เฉินนึกว่า "ทั่วป๋าเส้า" ตัวจริงตายแล้ว จึงรายงานให้ฮ่องเต้ทราบ
         ...................................
         ถึงตอนนี้  มั่วเจี้ยงก็บอกมู่หลานว่า ตั้งแต่ที่เขามาอยู่ที่หวู่เฟิ่งกู่  ทุกอย่างที่มู่หลานทำ ทำให้เขารู้จักแคว้นเว่ยในอีกแบบหนึ่ง มู่หลานทำให้เขารู้สึกทึ่งมาก
         เป็นตอนที่มั่วเจี้ยงต้องเปิดเผยฐานะแท้จริงของตัวเองต่อแม่ทัพเซียชี่เฉินว่า "ข้าคือตัวหลุน" 
         แม่ทัพเซี่ยคาดไว้อยู่แล้วว่ามั่วเจี้ยงต้องไม่ใช่พ่อค้าธรรมดาแน่นอน  แต่นึกไม่ถึงว่าเขาจะเป็นถึงองค์ชาย  แต่กล้าถึงขนาดเสี่ยงเข้ามาเป็นสายลับที่แคว้นเว่ย  เขาจึงรู้สึกนับถือในความกล้าหาญของตัวหลุนจากใจจริง 
         แม่ทัพเซี่ยบอกว่าถ้าตามปกติ  มั่วเจี้ยงต้องถูกตัดหัว  เขาไม่เคยละเว้นชีวิตสายลับ แต่ครั้งนี้เขารู้สึกได้ถึงเจตนาดีของ "ตัวหลุน" ที่ได้ช่วยปกป้องมู่หลานและการปักผ้า  เขาได้ยินคำร่ำลือว่าองค์ชายตัวหลุนวรยุทธ์ล้ำเลิศ กล้าหาญชาญศึก จึงขอท้าประลองยุทธกับตัวหลุนเพื่อสะสางบัญชีที่ตัวหลุนหลอกลวง 
         ก่อนจะสู้กัน พระเอกพูดว่า  มีความจำเป็นด้วยหรือ 
 “ 有的交手是用刀,有的交手是用智慧。你不觉得后者更有意思吗?” 
แปลว่า การประมือ การประลองยุทธ์ มีทั้งที่ใช้มีดดาบ  และที่ใช้สติปัญญา  ท่านไม่รู้สึกว่าอย่างหลังจะมีความหมายกว่าหรือ ? 



         ผู้เขียนอยากจะปรบมือให้ผู้แต่งบทละครเรื่องนี้จริงๆ เลย  ช่างสรรหาคำดีๆ มาพูดผ่านปากขององค์ชายตัวหลุน  เขาคือตัวแทนแนวคิดใหม่ในอุดมคติ  เมื่อเทียบแล้วเป็นคนมีความคิดดีกว่า "มู่หลาน" เสียอีก    
        แต่แม่ทัพเซี่ยยืนยันว่าต้องประลองให้ได้  
        ฉากนี้เป็นฉากที่น่าดูอีกฉากหนึ่ง  แม่ทัพเซี่ยกับองค์ชายตัวหลุนได้ประลองกันตัวต่อตัวอย่างสมศักดิ์ศรี  ซึ่งต่างก็เป็นแม่ทัพยอดนักรบ  มีฝีมือและสติปัญญาล้ำเลิศ  ต่างก็ไม่เคยรบแพ้ใครมาก่อน  ขณะเดียวกันต่างก็ชื่นชมนับถืออีกฝ่ายจากใจจริง

         ผลการประลอง เสมอกัน  มู่หลานโล่งใจ  คนดูก็โล่งใจ  แม่ทัพเซี่ยละเว้นมั่วเจี้ยง (ไม่จับประหารในฐานะสายลับ)  
        ก่อนจากกัน  แม่ทัพทั้งสองแคว้นได้ให้คำมั่นสัญญาต่อกันฉันท์มิตรว่า ต่างฝ่ายต่างจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อยับยั้งการเกิดสงคราม เพื่อความสงบสุขของชาวบ้าน ( การจากกันครั้งนี้ เป็นการพูดคุยกันครั้งสุดท้ายของคนทั้งสอง เป็นการสะสางบุญคุณความแค้นส่วนตัว  หลังจากนั้นก็ไม่มีโอกาสได้คุยกันและประมือกันตัวต่อตัวในสนามรบอีกเลย )  
....................................................................

         ในที่สุด  ภาพปักไหมสินเจ้าสาวเพื่อการปรองดองก็เสร็จสมบูรณ์  (จบภาคภาพปักไหมที่ยาว 20 กว่าตอน) 
         .....................................


         ถึงตอนนี้  ก็เป็นฉากลาจากกันของพระเอกกับนางเอกล่ะ  เป็นฉากหวานๆ ซึ้งๆ ก่อนที่ทั้งสองจะสวมชุดทหารถืออาวุธเข้าสู้กันในสนามรบ
         หลังจากที่ร่วมฝ่าอุปสรรคครึ่งปีในหวู่เฟิ่งกู่  ผ่านการผลัดกันติดคุก (โดนแม่ทัพเซี่ยจับ)  แทบเอาชีวิตไม่รอด  ทำให้สองคนนี้มีความผูกพันกันลึกซึ้งจนกลายเป็นรักที่ฝังใจทั้งสองไปตลอดเรื่อง    
         มั่วเจี้ยง (องค์ชายตัวหลุน) บอกลามู่หลานว่า ถึงเวลาที่เขาจะต้องกลับทุ่งหญ้าของเขาแล้ว 
         ขอถามความสมัครใจของมู่หลานอีกครั้งว่ายินดีจะไปอยู่ปักดอกไม้เพื่อเขาที่ทุ่งหญ้าตลอดชีวิตมั้ย 
         มู่หลานบอกว่าสถานะทั้งสองแตกต่างกันมาก  ตัวหลุนบอกไม่สนใจเรื่องนี้ ชอบก็คือชอบ รักก็คือรัก  ที่อยากรู้ก็คือว่ามีความจริงใจต่อเขาเหมือนกับที่เขามีต่อเธอหรือไม่  
         มู่หลานกังวลว่าทางครอบครัวของมั่วเจี้ยงจะยอมรับเธอได้หรือไม่  
         มั่วเจี้ยงบอกว่าเขามีวิธีที่จะไปพูดให้ทางครอบครัวยินยอม  เขามีแผนการอย่างหนึ่งที่จะทำให้ทั้งสองได้เจอกันในอีกไม่ช้า  แล้วก็จะอยู่ด้วยกันตลอดไปไม่แยกจากกันอีก  ( แต่เขาไม่ได้บอกมู่หลานล่วงหน้าว่าเขามีแผนจะทำอะไร ทำให้ชีวิตทั้งสองพลิกผัน กลายเป็นเรื่องเศร้า ) มู่หลานถามว่าจะกลับมาหวู่เฟิ่งกู่ในอีกไม่ช้าหรือ  มั่วเจี้ยงบอกว่าไม่ใช่น่ะ 






         
         ที่แท้วิธีที่มั่วเจี้ยงคิดไว้ก็คือจะกลับไปขออนุญาตท่านข่านผู้เป็นพ่อ  ส่งหนังสือขอให้แคว้นเว่ยส่งช่างปักอันดับหนึ่งไปแต่งงานกับองค์ชายตัวหลุนที่โหยวหยาน เพื่อเป็นการสู่ขออย่างถูกต้องและให้เกียรติมู่หลาน ( เพราะมั่วเจี้ยงนึกว่ามู่หลานจะต้องได้ตำแหน่งช่างปักอันดับหนึ่งแน่นอน ....มั่วเจี้ยงจึงไปบอกพ่อว่า ถ้าได้ช่างปักเก่งๆ จากแคว้นเว่ยมา  ก็จะได้ช่วยสอนให้ชาวโหยวหยานทอผ้าปักผ้า สร้างความมั่งคั่ง....... 
แต่หารู้ไม่ว่า...... หลังมั่วเจี้ยงกลับไป มู่หลานได้สละยกตำแหน่งช่างปักอันดับหนึ่งนี้ให้กับฝูหลิง ทั้งสองจึงไม่ได้แต่งงานกันตามที่มั่วเจี้ยงวาดหวังเอาไว้.....ซ้ำร้ายกลายเป็นศัตรูกันในสนามรบอีกด้วย ) 
   
        ( ฉากต่อๆ ไปก็จะไม่มีชุดคอสตูมสวยๆ ของนางเอกให้ดูอีกแล้ว  มีแต่อยู่ในชุดทหาร และก็ฉากสู้รบ ส่วนพระเอกก็จะอยู่ในมาดแม่ทัพใหญ่  ชุดคอสตูมแม่ทัพเท่ๆ ) 
         จากกันที่หวู่เฟิ่งกู่คราวนั้น  กว่าสองคนนี้จะได้เจอกันอีกครั้งก็ผ่านอุปสรรคมากมายนานเป็นปี  เจอกันในฐานะที่เป็นศัตรูที่ผูกพันและห่วงใยซึ่งกันและกัน  ชิงไหวชิงพริบในการสู้รบเพื่อชัยชนะของชาติตัวเอง  สงครามสองแคว้นยืดเยื้อนาน 10 ปี   

          เมื่องานปักผ้าสำเร็จลง  มู่หลานเห็นว่าฝูหลิงต้องเสียทั้งพ่อทั้งแม่เพื่อสันติภาพ  ซ้ำบ้านก็ถูกเผา  จึงยกตำแหน่งช่างปักอันดับหนึ่งให้กับ "ฝูหลิง" (茯苓)ช่างปักผ้าฝีมือดีรูปงามแห่งหวู่เฟิ่งกู่  แต่นึกไม่ถึงว่าฮ่องเต้มีประกาศอีกฉบับให้แต่งตั้งช่างปักอันดับหนึ่งเป็น "องค์หญิงซีไห่" (西海公主)และให้ไปแต่งงานกับ "องค์ชายตัวหลุน" แห่งแคว้นโหยวหยาน ( ตามที่ฝ่ายโหยวหยานขอ )  


           มู่หลานเสียใจแทบช็อคกับคำประกาศนี้   จู้จื่อที่หลงรักฝูหลิงก็เหมือนกัน (แต่จู้จื่อไม่รู้ว่าตัวหลุนก็คือมั่วเจี้ยง)  มู่หลานนึกขึ้นได้ทันทีว่าก่อนจากกันมั่วเจี้ยงเคยบอกว่าเขามีวิธีทำให้ท่านข่านยอมรับมู่หลานและรับมู่หลานไปอยู่ด้วยกันไม่แยกจากกันอีก (นี่ก็คือแผนการของมั่วเจี้ยง)  
           มู่หลานบอกฝูหลิ่งว่า ตัวหลุนก็คือมั่วเจี้ยง  ฝูหลิงดีใจที่เพิ่งรู้ว่าเธอจะได้แต่งงานกับมั่วเจี้ยง !   แต่พอเธอฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า  คนที่มั่วเจี้ยงชอบคือมู่หลานไม่ใช่เธอ  นางจึงคิดคืนตำแหน่งนี้ให้แก่มู่หลาน  มู่หลานบอกว่าเปลี่ยนไม่ได้แล้ว  คำสั่งฮ่องเต้เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่ได้  ฝูหลิงจึงต้องออกเดินทางไปพร้อมผ้าปักไหมสินเจ้าสาวเพื่อไปแต่งงานกับองค์ชายตัวหลุน  เพื่อความปรองดองของสองแคว้น  ทั้งมู่หลานและจู้จื่อก็ต้องเก็บความขมขื่นไว้ในใจ  
        ความรักของตัวละครต่างๆ ในหนังจีนเรื่องนี้  ไม่ได้สร้างให้เป็นตัวอิจฉาที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมชิงรักหักสวาทกัน แต่เป็นรักที่มีเหตุผลและเสียสละ           ผู้เขียน(เหล่าซือ)เห็นว่าละครควรจะสร้างตัวละครให้เป็นแบบอย่างชี้นำคนในสังคมให้หลุดพ้นจากแนวความรักแย่งชิงที่เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว            
       
           ฝั่งโหยวหยาน  องค์ชายตัวหลุนดีใจที่รู้ว่าขบวนเจ้าสาวกำลังเดินทางมา นึกว่าจะได้เจอมู่หลานแล้ว  ตื่นเต้นทนรอที่โหยวหยานไม่ไหว  จึงพาทหารเดินทางมารอรับถึงชายแดน 
           แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น  มีกลุ่มทหารแต่งชุดทหารแคว้นเว่ยเข้าปล้นขบวนเจ้าสาว และชิงเอาภาพปักไหมไปได้  ส่วนมั่วเจี้ยงรีบมาช่วย "มู่หลาน" ในขบวน  แต่เมื่อเปิดผ้าคลุมออก กลับพบว่า ว่าที่เจ้าสาวในรถนั้น เป็นฝูหลิง ไม่่ใช่ มู่หลานที่เขาเฝ้าคิดถึง .............................

...................................................

♣ เกร็ดภาษาจีน ของฝากจากเหล่าซือ
คำศัพท์จีนที่น่ารู้
智慧          zhìhuì                สติปัญญา  ภูมิปัญญา
为爱而生   wèi ài ér shēng      อยู่เพื่อความรัก 
为恨而死   wèi hèn ér            ตายเพื่อความแค้น
命运            mìngyùn                  ชะตากรรม ฟ้าลิขิต โชคชะตา 
自己掌握   zìjǐ zhǎngwò            กุมไว้ในมือตนเอง

♣  หลักไวยากรณ์  คำเชื่อม (连词)  
既然  (ในเมื่อ).......................,为什么不  (ทำไมไม่)........................。
有的........................ ,有的   ............................ 。
 ♣ สำนวนจีนโบราณอมตะ
悬崖勒马、回头是岸。   
ดึงบังเหียนม้าเมื่อถึงหน้าผาชัน  กลับตัวคือฟากฝั่ง  อุปมา กลับเนื้อกลับตัว 
(ชักม้าริมผา)

เกร็ดภาษาจีนน่ารู้ เพิ่มเติม (คลิกอ่านที่นี่) 

 เนื้อเรื่องย่อ  สาระ วัฒนธรรม ภาษา สำนวนจีน

อ่าน มู่หลาน เจาะลึก ตอน 1 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 4 (คลิกที่นี่)
มู่หลาน  ตอน 5 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 6 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 7 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 8 (คลิกที่นี่)

มู่หลาน  ตอน 9 (คลิกที่นี่) 

มู่หลาน ตอน 10 (คลิกที่นี่)

เพลงประกอบตอนจบ (คลิกที่นี่)
เพลงประกอบ 问月 (คลิกที่นี่) 

ซีรีย์เรื่องนี้แพร่ภาพในจีนปี 2013
และกำลังแพร่ภาพทางไทยพีบีเอส 2015  เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น. โดยประมาณ

ดูหนังเรื่องนี้ภาคภาษาจีนทางยูทูป ที่ลิงค์นี้ (คลิกที่นี่)


พากย์ไทย ที่คุณ naruto_multiThree อัพไว้ในยูทูปหลังไทยพีบีเอสออกอากาศ  (ดูได้ที่นี่) 




ดูทางยูทูป เสียงภาษาจีน มีซับอังกฤษ (ไม่ได้เรียงตอน) ไปที่ลิงค์นี้ (ที่นี่)
...............................    




ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกและความคิดเห็นตั้งแต่ตอนที่ 1 - ตอนปัจจุบัน 

Flag Counter